
โสมใต้ชี้ แผนปล่อยน้ำโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ เป็นไปตามมาตรฐาน จีนแบนนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่น ห่วงความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม รัฐบาลเกาหลีใต้แถลงผลการประเมินของตนเองเกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลญี่ปุ่นในการจะปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก โดยชี้ว่าแผนดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานสากล และว่า เกาหลีใต้เคารพคำตัดสินของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ที่อนุมัติแผนการปล่อยน้ำของญี่ปุ่นก่อนหน้านี้
“จากการทบทวนแผนการบำบัดน้ำปนเปื้อนที่เสนอโดยญี่ปุ่น เรายืนยันว่าความเข้มข้นของสารกัมมันรังสีตรงตามมาตรฐานสำหรับการปล่อยลงมหาสมุทร ดังนั้นแผนการนั้นจึงเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงของไอเออีเอ” นายบัง มุน-คยู รัฐมนตรีประจำสำนักงานประสานนโยบายของรัฐบาลเกาหลีใต้ แถลงกับผู้สื่อข่าว
นายบังกล่าวอีกว่า การประเมินของเกาหลีใต้โดยหน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ 2 แห่ง ตั้งอยู่บนการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระในแผนการของญี่ปุ่น มีการลงพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญของตนเอง และตรวจสอบทบทวนรายงานของไอเออีเอที่ระบุว่า น้ำจะ “มีผลกระทบทางรังสีเพียงเล็กน้อยต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม” พร้อมกล่าวว่า เกาหลีใต้เคารพผลการตรวจสอบของไอเออีเอที่ตั้งอยู่บนคณะทำงานของผู้เชี่ยวชาญจาก 11 ประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ จีน และสหรัฐอเมริกา
การแถลงท่าทีของเกาหลีใต้มีขึ้นหลังจากไอเออีเอเผยแพร่รายงานทบทวนแผนการของญี่ปุ่นในการจะปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ได้รับการบำบัดแล้วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ซึ่งประสบภัยพิบัติกัมมันตรังสีรั่วไหลหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มเมื่อเดือนมีนาคมปี 2011 ซึ่งมีสะสมอยู่มากกว่า 1 ล้านตันลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีข่าวว่าญี่ปุ่นจะเริ่มทยอยปล่อยน้ำดังกล่าวในเดือนสิงหาคมนี้ ท่ามกลางกระแสคัดค้านแผนการดังกล่าวทั้งในญี่ปุ่นและชาติเพื่อนบ้าน อย่างเกาหลีใต้และจีน เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
และมีขึ้นในขณะที่นายราฟาเอล กรอซซี ผู้อำนวยการไอเออีเอ จะเดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ในวันเดียวกัน เพื่ออธิบายถึงรายงานการตรวจสอบดังกล่าวของไอเออีเอให้ทางการเกาหลีใต้รับทราบ โดยนายกรอซซียังกล่าวยอมรับก่อนหน้านั้นว่า 1 ใน 2 ของทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ที่เข้าร่วมตรวจสอบแผนการปล่อยน้ำของญี่ปุ่น ยังอาจมีความห่วงกังวลอยู่ แต่เขาก็ยืนยันว่ารายงานการตรวจสอบของไอเออีเอนั้น ไม่มีข้อบกพร่องทางวิทยาศาสตร์
วันเดียวกัน จีน ซึ่งเป็นประเทศที่ซื้ออาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ประกาศจะห้ามนำเข้าอาหารทะเลจาก 10 จังหวัดของญี่ปุ่นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และยังจะตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ ที่มาจากพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัดด้วย โดยชี้ว่ามาตรการเหล่านี้เพื่อป้องกันการส่งออกอาหารที่ปนเปื้อนของญี่ปุ่นมายังจีนและเพื่อปกป้องความปลอดภัยของผู้บริโภคชาวจีน
