หน้าแรก ต่างประเทศ โพลชี้ หลายชา...

โพลชี้ หลายชาติเร่งโอนทองคำสำรองกลับปท. รับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

10.07.23 | 15:42 น.
FILE PHOTO (REUTERS)

โพลชี้ หลายชาติเร่งโอนทองคำสำรองกลับปท. รับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม อ้างผลสำรวจของ Invesco บริษัทจัดการการลงทุนในสหรัฐอเมริกาว่า สถาบันการเงินของรัฐในหลายประเทศกำลังถ่ายโอนทองคำสำรองกลับประเทศ เพื่อปกป้องสินทรัพย์ดังกล่าวของตนในขณะที่ชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียมากขึ้น

ขณะที่สถานการณ์ความล้มเหลวของตลาดการเงินเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เกิดความสูญเสียเป็นวงกว้างสำหรับผู้จัดการความมั่งคั่งของรัฐ ซึ่งพวกเขากำลังทบทวนกลยุทธ์ใหม่ บนความเชื่อที่ว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะยืดเยื้อต่อไป

จากผลสำรวจพบว่า กว่า 85% ของกองทุนความมั่นคงของรัฐ 85 แห่ง และธนาคารกลาง 57 แห่ง ที่ร่วมตอบแบบสำรวจการจัดการทรัพย์สินของรัฐทั่วโลกของบริษัท Invesco เชื่อว่า อัตราเงินเฟ้อในทศวรรษหน้าจะสูงกว่าในทศวรรษที่ผ่านมา

โดยทองคำและตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ดูจะเป็นสินทรัพย์ที่ดีในสภาพแวดล้อมดังกล่าว แต่หลังจากรัสเซียถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรด้วยการยึดทองคำและเงินตราต่างประเทศสำรองไปเกือบครึ่งหนึ่งจากที่รัสเซียครอบครองอยู่ทั้งสิ้นคิดเป็นมูลค่า 640,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนของรัสเซียนั้น ดูเหมือนจะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไป

Advertisement

ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า มีธนาคารกลางจำนวนมากที่รู้สึกกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเกือบ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า มันทำให้ทองคำมีความน่าดึงดูดมากขึ้น ในขณะที่มี 68% กำลังเก็บรักษาทองคำสำรองไว้ภายในประเทศ เป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสถิติปี 2020 ซึ่งอยู่ที่ 50%

“พวกเราเคยสำรองทองคำไว้ที่กรุงลอนดอน แต่ตอนนี้พวกเราได้ถ่ายโอนมันกลับมายังประเทศแล้ว เพื่อถือไว้ในฐานะสินทรัพย์มั่นคงและรักษาไว้ให้ปลอดภัย” ธนาคารกลางแห่งหนึ่งถูกอ้างอิงโดยไม่มีการเปิดเผยชื่อ

นอกจากนี้ ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์บวกกับโอกาสในตลาดเกิดใหม่ ยังกระตุ้นให้ธนาคารกลางบางแห่งกระจายความเสี่ยงจากการถือเงินดอลลาร์สหรัฐ โดย 7% เชื่อว่าหนี้ของสหรัฐที่สูงขึ้นมีผลกระทบด้านลบต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังคงมองไม่เห็นทางเลือกอื่นเพื่อใช้เป็นตัวแทนสกุลเงินสำรองของโลก ดังที่กลุ่มซึ่งมองว่าเงินหยวนมีศักยภาพในการเป็นตัวเลือกใหม่ก็ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 18% จากเดิม 29% ในปีก่อนหน้า

เกือบ 80% ของสถาบันการเงิน 142 แห่งที่ทำแบบสำรวจมีความเห็นว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คือความเสี่ยงประการสำคัญที่สุดในช่วงทศวรรษหน้า ในขณะที่ 83% กล่าวว่า ปัญหาเงินเฟ้อคือข้อกังวลสำคัญในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานขณะนี้ถูกมองว่าเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน

จากการที่มีข้อกังวลต่างๆ เกี่ยวกับจีน นั่นหมายความว่า อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าลงทุนด้วยมากที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่สอง ส่วนเทรนด์ “near-shoring” หรือการที่บริษัทต่างๆ สร้างโรงงานใกล้กับตลาดที่พวกเขาขายผลิตภัณฑ์ของตน กำลังกระตุ้นให้เม็กซิโก อินโดนีเซีย และบราซิล ได้รับประโยชน์ด้านการลงทุน

ด้านสหราชอาณาจักรและอิตาลีก็ประสบปัญหาความน่าดึงดูดการลงทุนน้อยลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ อย่าง นิสัยการซื้อของออนไลน์และการทำงานจากที่บ้าน (Work from home) ที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่น่าสนใจน้อยที่สุดขณะนี้