หน้าแรก ต่างประเทศ จีนสอบร้านอาห...

จีนสอบร้านอาหาร จัดแข่งกินเกี๊ยวจุ ฐานละเมิดกม.ต้านกินทิ้งกินขว้าง

11.07.23 | 19:00 น.
FILE PHOTO (REUTERS/Irakli Gedenidze)

จีนสอบร้านอาหาร จัดแข่งกินเกี๊ยวจุ ฐานละเมิดกม.ต้านกินทิ้งกินขว้าง

อย่างนี้ก็มีด้วย? จีนกำลังสอบสวนร้านอาหารแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวน ที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมายต่อต้านอาหารเหลือทิ้งของประเทศ เนื่องจากจัดโปรโมชั่นแข่งขันกินเกี๊ยวจุที่ว่า หากใครรับประทานเกี๊ยวรสเผ็ดจำนวน 108 ชิ้น ได้หมดเร็วที่สุดจะชนะรางวัลทานอาหารฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมครองตำแหน่ง “ราชากระเพาะยักษ์” ไปครอง

ด้านทางการจีนกล่าวว่า การแข่งขันที่กลายเป็นเรื่องฮิตนี้ได้ล่อลวงให้ผู้คนสั่งอาหารเกินความจำเป็น ซึ่งนำไปสู่ปัญหาขยะเหลือทิ้ง ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายต่อต้านการทิ้งขว้างอาหารที่ปักกิ่งประกาศใช้เมื่อปี 2021 เพื่อแก้ปัญหาที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเรียกว่า “ความสุรุ่ยสุร่ายทางอาหารที่น่าตกใจและน่าเวทนา”โดยโทษสำหรับร้านอาหารที่กระทำการดังกล่าวจะถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 หยวน หรือเกือบ 50,000 บาท ขณะที่ร้านอาหารก็สามารถเรียกเก็บบริการกำจัดขยะกับลูกค้าที่รับประทานอาหารเหลือทิ้งจำนวนมากได้ ส่วนผู้ที่ผลิตและเผยแพร่คลิปโชว์กินจุ-กินทิ้งกินขว้างจะต้องถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 หยวน หรือเกือบ 500,000 บาท

อย่างไรก็ดี แม้ผ่านมา 2 ปี หลังจากจีนใช้กฎหมายดังกล่าว ชาวจีนยังคงปรับตัวกับข้อบังคับนี้ เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีแนวคิดว่า การเลี้ยงแขกด้วยอาหารชุดใหญ่อลังการเกินความสามารถของผู้มาเยี่ยมเยียนในการรับประทานให้หมดถือเป็นการแสดงออกของ ความมีมิตรไมตรีจิตรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้มีอาหารอย่างน้อย 34 ล้านตัน ถูกทิ้งในร้านอาหารจีนทุกปี อ้างอิงข้อมูลการสำรวจในปี 2020 ที่จัดทำโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติของจีน

ร้านอาหารในมณฑลเสฉวนที่ตกเป็นประเด็นนี้เป็นเพียงหนึ่งในร้านอาหารอีกหลายแห่งที่อยู่ภายใต้การสอบสวนเนื่องจากละเมิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว โรงแรมแห่งหนึ่งในมณฑลฝูเจี้ยนก็ถูกสอบสวนเกี่ยวกับการแข่งขันที่ท้าให้ผู้เข้าร่วมรับประทานเบอร์เกอร์ 3 กิโลกรัมให้เสร็จภายใน 30 นาที

Advertisement

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการสอบสวนร้านอาหารของทางการจีนว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ

“ทำไมเรื่องนี้จึงเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องดูแล? ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนบน Weibo โซเชียลมีเดียของจีน กล่าว

“มันคงเป็นเรื่องดีกว่าถ้าทางการจะใส่ใจมากกว่านี้ในเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร” ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนบน Douyin แอพพ์วิดีโอของจีน กล่าว