หน้าแรก ต่างประเทศ ยูเครนเผยได้ร...

ยูเครนเผยได้รับระเบิดลูกปรายจากมะกัน ลั่นจะใช้อย่างรัดกุม

14.07.23 | 13:31 น.
FILE PHOTO (REUTERS/Clodagh Kilcoyne/File Photo)

ยูเครนเผยได้รับระเบิดลูกปรายจากมะกัน ลั่นจะใช้อย่างรัดกุม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ยูเครนได้รับระเบิดลูกปรายจากสหรัฐอเมริกาแล้ว แม้ว่าอาวุธดังกล่าวจะเป็นสิ่งต้องห้ามในกว่า 100 ประเทศ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย (the Convention on Cluster Munitions) อย่างไรก็ดี ยูเครนปฏิญาณว่า จะใช้ระเบิดลูกปรายอย่างรัดกุมบนดินแดนของตนเพื่อสลายการรวมตัวของทหารข้าศึกเท่านั้น

วาเลอรีย์ เชอร์เชน โฆษกจากกองบัญชาการทหารทาเวรีย (Tavria military command) ทางตอนใต้ของยูเครน ยืนยันแถลงการณ์ของผู้บัญชาการทหารในเขตดังกล่าวที่ว่า ระเบิดลูกปรายเดินทางมาถึงยูเครนหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่สหรัฐแจ้งว่าจะส่งอาวุธเหล่านี้ตามนโยบายสนับสนุนความมั่นคงยูเครนมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับที่เพนตากอนออกมาประกาศการส่งระเบิดดังกล่าวให้เคียฟ

ด้านรัสเซียได้ประณามการส่งอาวุธสนับสนุนของพันธมิตรสหรัฐ-ยูเครนนี้ โดย เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมมอสโก เตือนเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า รัสเซียอาจหันไปใช้อาวุธที่คล้ายกัน หากยูเครนใช้งานอาวุธดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่า การใช้งานอาวุธนี้มีความชอบธรรมเมื่อพิจารณาถึงการที่รัสเซียขุดเจาะและทำเหมืองในพื้นที่ขนาดใหญ่ของยูเครนที่มอสโกเข้าไปยึดครอง

Advertisement

ในขณะนี้ยูเครนได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีตอบโต้รัสเซียที่ได้รุกรานและก่อสงครามในประเทศนานกว่า 500 วัน โดยมีเป้าหมายหลักในการกอบกู้พื้นที่หมู่บ้านทางตะวันออกเฉียงใต้ และยึดพื้นที่รอบเมืองบักมุตทางตะวันออกกลับคืนมา หลังถูกยึดโดยกองกำลังรัสเซียในเดือนพฤษภาคมภายหลังการสู้รบมาหลายเดือน

เชอร์เชนกล่าวว่า จะใช้ระเบิดลูกปรายอย่างรัดกุมภายใต้กรอบทางกฎหมาย เพื่อการกอบกู้ดินแดนของยูเครนเท่านั้น

“พวกมันจะไม่ถูกใช้ในดินแดนของรัสเซีย พวกมันจะถูกใช้เฉพาะในพื้นที่ที่กองกำลังทหารของรัสเซียรวมศูนย์เพื่อเจาะทะลวงแนวป้องกันของข้าศึก” เชอร์เชนยืนกราน

เช่นเดียวกับที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวย้ำคำรับรองของยูเครนระหว่างการประชุมสุดยอดขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม

ทั้งนี้ ระเบิดลูกปรายคืออาวุธที่เมื่อถูกใช้จะปล่อยลูกระเบิดขนาดเล็กจำนวนมากเพื่อสังหารฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เลือกหน้าเป็นวงกว้าง ส่วนลูกระเบิดที่ด้านจะยังคงเป็นอันตรายต่อไปอีกหลายทศวรรษ ความสามารถในการทำลายล้างนี้ส่งผลให้สเปนและแคนาดาต่อต้านการตัดสินใจของสหรัฐที่จะส่งอาวุธดังกล่าวไปยังยูเครน

รัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหาว่า อีกฝ่ายใช้ระเบิดลูกปรายในการต่อสู้ที่ปะทุตัวขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 ขณะที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) กล่าวว่า ทั้งสองเคยใช้อาวุธนี้ โดยรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐ เป็นประเทศที่ไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย (the Convention on Cluster Munitions) ที่ห้ามประเทศต่างๆ ที่ลงนามผลิต กักตุน ใช้ และถ่ายโอนอาวุธนี้