โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: เกาะขอบสนามเลือกตั้งปธน.อุซเบกิสถาน ชู’เทคโนโลยี-สิ่งอำนวยความสะดวก’ เอื้อปชช.ใช้สิทธิ

17.07.23 | 06:26 น.

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: เกาะขอบสนามเลือกตั้งปธน.อุซเบกิสถาน ชู’เทคโนโลยี-สิ่งอำนวยความสะดวก’ เอื้อปชช.ใช้สิทธิ

อุซเบกิสถาน เป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียกลาง ที่เชื่อว่าคนไทยหลายคนอาจรู้จักแค่เพียงผิวเผินเท่านั้น ยิ่งเป็นประเด็นด้านอื่นๆ ของประเทศนี้อย่างการเมืองแล้ว น้อยคนนักจะมีโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเองว่าแท้จริงแล้วสนามการเมืองของประเทศนี้เป็นอย่างไรกันแน่

ในระหว่างระหว่างวันที่ 6 – 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปลงพื้นที่จริงสังเกตการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศอุซเบกิสถาน ตั้งแต่ในคูหาเลือกตั้งไปจนถึงอาคารสื่อของคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งในกรุงทาชเคนต์ เพื่อเจาะลึกเรื่องราวว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีของอุซเบกิสถานจะมีความแตกต่างกับการเลือกตั้งของไทยที่เพิ่งผ่านมาเมื่อสดๆ ร้อนๆ และมีแง่มุมใดที่สนใจที่อาจนำมาปรับใช้กับเราได้บ้าง

ส่องการเลือกตั้งปธน. 4 ผู้สมัครเปิดศึกดวลเดือด

ก่อนที่จะไปเจาะลึกถึงขั้นตอนการจัดเลือกตั้งของอุซเบกิสถาน เราต้องรู้ข้อมูลเรื่องสนามการเมืองของที่นั่นเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร การเลือกตั้งประธานาธิบดีอุซเบกิสถานในครั้งนี้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม หลังมีการทำประชามติเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมาโดยแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายเรื่อง อาทิ แบนโทษประหารชีวิต ปกป้องสิทธิมนุษยชน ขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 5 เป็น 7 ปี และเปิดทางให้ประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซีโยเยฟ วัย 65 ปี ซึ่งชนะการเลือกตั้งมาแล้ว 2 สมัยในปี 2016 และ 2021 สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอีก 2 สมัยจนถึงปี 2037 โดยประธานาธิบดีมีร์ซีโยเยฟประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งปัจจุบันของตนเอง เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีการปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานใหม่ ทำให้จำเป็นต้องมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

Advertisement

ขณะที่ นายเซย์ฟิดดิน อัคมาโตวิช จูราเยฟ ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tashkent State University of Eastern Education ให้ข้อมูลที่ต่างออกไปว่า นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้วประธานาธิบดีมีร์ซีโยเยฟต้องการที่จะรับรู้ว่าประชาชนคิดอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือต้องการที่จะเลือกผู้นำคนใหม่หรือไม่

ภาพบรรยากาศในห้องลงคะแนนก่อนการเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 65 เมืองซามาร์คันด์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม

ประเทศอุซเบกิสถาน มีพรรคการเมืองทั้งสิ้น 5 พรรค มีผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งหมด 4 คน ดังนี้ นายชาฟคาต มีร์ซีโยเยฟ จากพรรค Liberal Democratic Party ฝ่ายกลางและได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรค National Revival Democratic Party ฝ่ายขวา, นายอูลุกเบก อิโนยาทอฟ จากพรรค People’s Democratic Party ฝ่ายซ้าย, โรบาคอน มัคมูโดวา จากพรรค Social Democratic Party ฝ่ายซ้าย และนายอับดูชูคูร์ คัมซาเยฟ จากพรรค Ecological Party ฝ่ายกลาง-ขวา ผู้สมัครทั้ง 3 คนนอกเหนือจากมีร์ซีโยเยฟต่างลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก จึงทำให้ประธานาธิบดีมีร์ซีโยเยฟกุมความได้เปรียบไว้ในมือ เนื่องจากเขามีประสบการณ์ในสนามการเมืองอย่างโชกโชนกว่าผู้ท้าชิงคนอื่นๆ อยู่มาก แต่ในสนามการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ บัดนี้ อนาคตของประเทศอยู่ที่ปลายปากกาของชาวอุซเบกิสถานแล้ว

เปิดขั้นตอนเลือกตั้ง-อำนวยความสะดวกผู้ใช้สิทธิ

ตามกฎหมายของอุซเบกิสถานแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป โดยตัวเลขผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้รวมทั้งสิ้นราว 19.4 ล้านคน ขณะที่มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศทั้งสิ้น 10,784 แห่ง คณะกรรมการกลางการเลือกตั้งแห่งสาธารณรัฐอุซเบกิสถานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมว่า หนึ่งในเป้าหมายของคณะกรรมการฯคือต้องการที่จะพัฒนาการฝึกอบรมบรรดาเจ้าหน้าที่ที่จัดการเลือกตั้งในหน่วยให้มีความพร้อมมากที่สุด ซึ่งเท่าที่ผมไปเยี่ยมชมหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในเมืองซามาร์คันด์ กรุงทาชเคนต์ และสอบถามความเห็นจากบรรดาผู้สังเกตการณ์ต่างชาติด้วยนกันแล้ว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งของอุซเบกิสถานต่างมีความพร้อมและความเป็นมืออาชีพสูงมาก

ภาพบรรยากาศในกรุงทาชเคนต์ก่อนการเลือกตั้งถือว่าแตกต่างกับที่ประเทศไทยมาก เพราะจะไม่พบป้ายหาเสียงของผู้สมัครวางอยู่ตามท้องถนนเลย แต่จะฉายภาพของผู้สมัครบนป้ายอิเล็กทรอนิกส์ตามสี่แยกและจะพบแผ่นป้ายแจ้งถึงกำหนดวันเลือกตั้งที่ติดอยู่ตามอาคารต่างๆ เท่านั้น หน่วยเลือกตั้งในประเทศอุซเบกิสถานจะถูกจัดในอาคารสาธารณะ เช่น โรงเรียน ซึ่งเป็นไอเดียที่ดีเพราะสถานที่ดังกล่าวมีความพร้อมอยู่แล้วในด้านพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งสามารถรองรับประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิจำนวนมากได้

ที่บริเวณด้านนอกของห้องลงคะแนนจะมีป้ายที่ระบุถึงประวัติส่วนตัวและนโยบายของผู้สมัครทั้ง 4 คน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 67 เมืองซามาร์คันด์ 

เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 67 เมืองซามาร์คันด์ให้ข้อมูลว่า หน่วยเลือกตั้งจะเริ่มเปิดคูหาในเวลา 8.00 น. และปิดหีบในเวลา 20.00 น. ด้านนอกของห้องลงคะแนนจะมีป้ายที่ระบุถึงประวัติส่วนตัวและนโยบายของผู้สมัครทั้ง 4 คน ประชาชนที่จะมาใช้สิทธิต้องนำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางมาแสดงให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อรับบัตรเลือกตั้ง ชาวอุซเบกิสถานไม่ว่าจะมีทะเบียนบ้านปรากฎว่าอาศัยอยู่ในเมืองใด ภูมิภาคใดของประเทศสามารถไปเลือกตั้งในหน่วยที่ใกล้ที่สุดได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเลือกตั้งนอกเขตหรือกลับไปภูมิลำเนาของตนเองเพราะชื่อของชาวอุซเบกิสถานถูกบรรจุอยู่ในฐานข้อมูลของหน่วยเลือกตั้งต่างๆ อยู่แล้ว

หลังรับบัตรเลือกตั้งแล้วประชาชนจะต้องไปกาบัตรเลือกตั้งในคูหา ซึ่งจะมีปากกาน้ำเงินเตรียมไว้ให้ สำหรับผู้พิการนั้นจะมีคูหาเลือกตั้งพิเศษซึ่งจะมีบัตรเลือกตั้งอักษรเบรลล์ แว่นขยาย และโคมไฟเตรียมไว้ให้ บรรดาผู้มาใช้สิทธิสามารถใช้ปากกาสีใดก็ได้ที่ทางหน่วยเลือกตั้งหรือที่ตนเองเตรียมมาในการทำอักษรบวก ติ๊กถูก หรือกากบาทลงในช่องที่ปรากฎอยู่ตรงข้ามของชื่อผู้สมัครประธานาธิบดีที่ต้องการเลือก จากนั้นจึงนำบัตรไปหย่อนลงหีบเลือกตั้งถือเป็นอันเสร็จสิ้น แต่การอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาเลือกตั้งยังไม่หมดแค่นั้น หากประชาชนคนใดป่วยหรือชราจนไม่สะดวกที่จะเดินทางมาลงคะแนนที่หน่วย พวกเขาสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ดังกล่าวก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายในวันเลือกตั้ง โดยหน่วยเลือกตั้งใกล้เคียงจะส่งเจ้าหน้าที่ 2 คนนำหีบเลือกตั้งแบบเคลื่อนที่ไปให้ลงคะแนนถึงบ้าน ขณะที่ผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในวันเลือกตั้งก็มีมาตรการรองรับเช่นกันเพราะผู้ป่วยสามารถลงคะแนนที่โรงพยาบาลของตนเองได้เลย เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งที่ 65 เมืองซามาร์คันด์เผยว่าทุกหน่วยเลือกตั้งจะมีห้องพยาบาลไว้รองรับผู้ที่มาลงคะแนนที่หน่วย เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนและอาจมีประชาชนเป็นลม จึงต้องมีเตียงพยาบาลไว้รองรับ

ประชาชนชาวอุซเบกิสถานต่างทยอยมาลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งในกรุงทาชเคนต์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม

ในเรื่องความโปร่งใสของการเลือกตั้ง ทางการอุซเบกิสถานเองก็อยากพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าการเลือกตั้งนี้โปร่งใสแน่นอน ภายในห้องลงคะแนนจะมีโต๊ะเตรียมไว้ให้สำหรับผู้สังเกตการณ์จากทั้ง 5 พรรคการเมืองมาเกาะติดการเลือกตั้งที่หน่วย ภายในห้องลงคะแนนจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้บริเวณมุมห้องเพื่อส่งภาพต่อไปยังศูนย์กลางการเลือกตั้งในภูมิภาค และอาคารสื่อของคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งในกรุงทาชเคนต์ และสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ ให้ประชาชน-ผู้สื่อข่าวสามารถดูความเคลื่อนไหวที่หน่วยเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ และหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศจะทำการล็อกดาวน์สถานที่เพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ได้นอกจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับอนุญาต จากที่สัมผัสด้วยตนเองแล้วการจัดเลือกตั้งของอุซเบกิสถานมีการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาใช้สิทธิอย่างเต็มที่และมีความเป็นมืออาชีพไม่ต่างจากชาติมหาอำนาจชั้นนำของโลกเลย

9 ก.ค. เปิดคูหา ปชช.ตัดสินอนาคตประเทศ

และแล้วเมื่อเวลา 8.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คูหาทั่วประเทศอุซเบกิสถานก็ได้เปิดให้ประชาชนมาลงคะแนนเลือกประธานาธิบดี บรรยากาศในตอนเช้าที่หน่วยเลือกตั้งในกรุงทาชเคนต์เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประชาชนทยอยมาเข้าคูหา หลายคนพาลูกหลานของตัวเองมาชมบรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งและเปิดโอกาสให้เด็กๆได้หย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบ เป็นภาพที่น่ารักที่สะท้อนถึงการปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตยให้กับเด็กชาวอุซเบกิสถานรุ่นใหม่ที่จะมีโอกาสตัดสินอนาคตของประเทศตัวเองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หญิงชาวอุซเบกิสถานรายหนึ่งบอกกับผมว่าเธอรู้สึกพอใจกับการจัดเลือกตั้งในครั้งนี้ และเธอคาดหวังให้ประธานาธิบดีคนต่อไปจะช่วยสร้างโอกาสที่ดีในชีวิตให้กับประชาชนชาวอุซเบกิสถาน

เจ้าหน้าที่จากหน่วยเลือกตั้งได้นำหีบเลือกตั้งแบบเคลื่อนที่ไปให้ประชาชนลงคะแนนถึงบ้านพักที่กรุงทาชเคนต์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม (VYACHESLAV OSELEDKO / AFP)

โอเล็ค ปาร์ชิน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกรายวัย 63 ปี ให้ความเห็นว่า การจัดเลือกตั้งครั้งนี้มีความโปร่งใสอย่างมาก ประชาชนสามารถรับชมขั้นตอนการดำเนินงานทั้งหมดและเขาพึงพอใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เขากล่าวอีกว่าขณะนี้ประเทศอุซเบกิสถานกำลังพัฒนาก้าวหน้าขึ้น เขาจึงหวังว่าประเทศจะดำเนินต่อไปในแนวทางดังกล่าว

ด้าน นาฟิซา นิยาโซวา รองประธานจัดการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 360 กรุงทาชเคนต์ กล่าวว่า ประชาชนที่เดินทางมาเลือกตั้งในวันนี้ต่างรู้สึกดีและออกมาใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก การจัดเลือกตั้งในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่น สัญญาณอินเตอร์เน็ตและกล้องวงจรปิดในหน่วยเลือกตั้งก็ทำงานได้อย่างไม่บกพร่อง เธอรู้สึกว่าประชาชนตื่นตัวเรื่องการเมืองมากขึ้นและมารอเข้าคูหาที่สถานที่จัดเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก

ท้ายที่สุด ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการก็ปรากฎออกมาในวันที่ 10 กรกฎาคม และเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลายของนายมีร์ซีโยเยฟ ที่คว้าชัยไปด้วยคะแนนโหวต 87.05% ขณะที่มีผู้ออกมาใช้เสียงทั้งสิ้น 79.8% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เยอะ เมื่อดูจากขั้นตอนการจัดเลือกตั้งของอุซเบกิสถานทั้งหมดแล้ว คงไม่ยากที่จะสังเกตเห็นว่าการเลือกตั้งบ้านเขามีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้สิทธิและมีข้อคิดที่น่าสนใจอยู่มาก และคงจะดีไม่น้อยหากเรานำตัวอย่างที่ดีจากการเลือกตั้งของอุซเบกิสถานมาปรับใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้สิทธิและเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้นในการเลือกตั้งของเราที่จะมีขึ้นในภายภาคหน้า