หน้าแรก ต่างประเทศ สะพานไครเมียบ...

สะพานไครเมียบึ้มอีกหน ดับ 2 เจ็บ 1 รัสเซีย-ยูเครนโบ้ยกันวุ่น หวั่นกระทบข้อตกลงส่งออกธัญพืช

17.07.23 | 15:32 น.
REUTERS/Stringer

สะพานไครเมียบึ้มอีกหน ดับ 2 เจ็บ 1 รัสเซีย-ยูเครนโบ้ยกันวุ่น หวั่นกระทบข้อตกลงส่งออกธัญพืช

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดบนสะพานไครเมีย ที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียและภูมิภาคคราสโนดาร์ของรัสเซียซึ่งเป็นช่องทางหลักที่รัสเซียใช้ในการขนอาวุธเพื่อไปสู้รบในประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ส่งผลให้มีการปิดการจราจรบนสะพานดังกล่าว โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และเด็กหญิงบาดเจ็บสาหัส 1 ราย โดยทั้ง 3 รายเป็นพ่อแม่ลูกกัน

ภาพที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเผยให้เห็นภาพความเสียหายของแท่งแบริเออร์และรถยนต์บนสะพาน อย่างไรก็ดียังไม่ทราบแน่ชัดว่าสะพานดังกล่าวได้รับความเสียหายเพียงใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ของทางฝั่งรัสเซียกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็น “สถานการณ์ฉุกเฉิน” และเกรย์โซนแชแนล ซึ่งเป็นบัญชีผู้ใช้งานทางเทเลแกรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มวากเนอร์ รายงานว่าเกิดเหตุโจมตีบนสะพาน 2 ครั้งเมื่อเวลา 03.04 น. และ 03.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น

นายวยาเชสลาฟ แกลดคอฟ ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอดกล่าวให้ข้อมูลว่า พ่อแม่ของเด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายที่นั่งมาด้วยกันบนรถยนต์ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเด็กหญิงผู้บาดเจ็บกำลังรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก “ไม่มีคำพูดใดจะสามารถบรรเทาความเจ็บปวดจากการสูญเสียได้” นายแกลดคอฟกล่าว

กระทรวงคมนาคมของรัสเซียระบุว่า ถนนบนสะพานในบริเวณใกล้กับคาบสมุทรไครเมียได้รับความเสียหาย แต่เสาของสะพานไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด โดยทางกระทรวงไม่ได้ให้ข้อมูลว่าอะไรคือสาเหตุของความเสียหายบนสะพาน

Advertisement

อัยการของรัสเซียก็ได้ออกมากล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงของยูเครนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีสะพานไครเมียครั้งล่าสุด ขณะที่ นาตาเลีย ฮูเมนยุก โฆษกกองบัญชาการทางใต้ของยูเครนกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสะพานไครเมียอาจเป็นการกระทำที่ยั่วยุจากทางฝั่งรัสเซียเอง ฮูเมนยุกกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ราดาของทางการยูเครนว่า “การก่อความยั่วยุในลักษณะนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ทางการไครเมียและประเทศผู้รุกรานมักใช้กัน”

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุระเบิดบนสะพานไครเมียจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยครั้งนั้นรัสเซียออกมากล่าวหาว่ายูเครนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว ทั้งนี้ ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าการระเบิดบนสะพานไครเมียในครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรต่อการต่ออายุข้อตกลงที่อนุญาตให้ยูเครนส่งออกธัญพืชจำนวนหลายล้านตันผ่านทางทะเลดำ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (17 ก.ค.)