หน้าแรก ต่างประเทศ วันที่รอคอย! ...

วันที่รอคอย! 13 หัวกะโหลกมนุษย์คืนบ้านเกิดไอร์แลนด์ หลังผู้ดีขโมยจากหลุมนาน 133 ปี

17.07.23 | 15:46 น.
(REUTERS)

วันที่รอคอย! 13 หัวกะโหลกมนุษย์คืนบ้านเกิดไอร์แลนด์ หลังผู้ดีขโมยจากหลุมนาน 133 ปี

หัวกะโหลกจำนวน 13 หัว ของชาวเกาะอินิชโบฟิน ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดอีกครั้ง ภายหลังถูกนักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษขโมยออกไปจากหลุมศพไปเมื่อ 133 ปีก่อน ด้านชาวเกาะที่ต่อสู้เพื่อนำเอาชิ้นส่วนบรรพบุรุษของตนกลับมานานหลายทศวรรษยังได้จัดพิธีฝังศพเพื่อส่งผู้วายชนม์เหล่านี้สู่สุขติ ณ บ้านเกิดของตน

วันแห่งการรำลึกนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม โดยมีการจัดพิธีมิสซางานศพตามธรรมเนียมดั้งเดิมขึ้นที่อารามเซนต์โคลแมนและที่ฝังศพของสุสานเซนต์โคลแมน ในเกาะอินิชโบฟิน เคาน์ตีกัลเวย์ ของไอร์แลนด์ ซึ่งมีคนบนเกาะจำนวนมากที่เข้าร่วมพิธีฝังศพครั้งนี้

ก่อนที่จะถึงวันแห่งการรอคอยดังกล่าว หัวกระโหลกทั้ง 13 ถูกขโมยออกไปจากเกาะอินิชโบฟิน (Inishbofin) โดยอัลเฟรด ฮัดดอน นักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษ พร้อมทั้งแอนดรูว์ ดิกซอน ผู้ช่วยของเขา เมื่อปี 1890 หรือเมื่อ 133 ปีก่อน และได้ถูกเก็บไว้ที่มหาวิทยาลัยตรินิตี คอลเลจ ดับลิน (Trinity College Dublin) ในประเทศไอร์แลนด์ในเวลาต่อมา

พิธีมิสซางานศพตามธรรมเนียมดั้งเดิม ที่อารามเซนต์โคลแมนและที่ฝังศพของสุสานเซนต์โคลแมน ในเกาะอินิชโบฟิน เคาน์ตีกัลเวย์ ของไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม (REUTERS/Clodagh Kilcoyne)

ด้านมารี คอยน์ ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์มรดกอินิชโบฟิน (the Inishbofin heritage museum) รวมถึงประชาชนคนอื่นๆ ยื่นคำร้องต่อคณะทำงานพิจารณามรดกยุคอาณานิคม (Colonial Legacies Review Working Group) มหาวิทยาลัยตรินิตี คอลเลจ ดับลิน เพื่อเรียกร้องให้ส่งคืนหัวกระโหลกของบรรพบุรุษชาวเกาะ 13 หัว

Advertisement

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศความตั้งใจที่จะส่งคืนชิ้นส่วนเหล่านั้นหลังจากการต่อสู้ที่ยาวนานกว่าทศวรรษของชาวเกาะอินิชโบฟิน

ชาวเกาะอินิชโบฟินร่วมพิธีฝังศพของหัวกะโหลกทั้ง 13 ที่ถูกขโมยไปเมื่อ 133 ปีที่ผ่านมา (REUTERS/Clodagh Kilcoyne)

“ฉันรู้สึกโล่งใจมาก และฉันก็ดีใจที่พวกเขากลับมายังเกาะทางทิศตะวันตกนี้” คอยน์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการเรียกคืนหัวกระโหลกทั้ง 13 กล่าว

แคลร์ ริชเบธ หลานสาวของอัลเฟรด ฮัดดอน ก็ได้เข้าร่วมพิธีในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน โดยเธอกล่าวต่ออารามเซนต์โคลแมน สถานที่จัดพิธีมิสซาศพว่า “ในนามของครอบครัวฮัดดอนและริชเบธ ฉันอยากจะกล่าวขอโทษต่อชาวเกาะต่อการกระทำนี้” และว่า “ฉันดีใจจริงๆ ที่ เราสามารถแก้ไขสิ่งที่ผิดนี้ได้”

ในการนำกระโหลกกลับมานั้น ชาวเกาะอินิชโบฟินเดินทางไปยังกรุงดับลินเมื่อวันพุธ (12 ก.ค.) เพื่อเริ่มต้นการเคลื่อนย้ายหัวกระโหลก โดยชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกบรรจุลงในโลงศพที่มีช่องแยกอยู่ภายใน ขณะที่โบสถ์ของ มหาวิทยาลัยตรินิตี คอลเลจ ดับลิน ยังได้ทำพิธีก่อนที่หัวกะโหลกจะถูกนำไปใส่ในโลงศพ ซึ่งถูกเคลื่อนที่ไปยังเคาน์ตีกัลเวย์ ก่อนที่จะเดินทางไปยังเกาะอินิชโบฟินเมื่อวาน (16 ก.ค.) นี้

ป้ายหลุมศพของบรรพบุรุษทั้ง 13 ของชาวเกาะอินิชโบฟิน (REUTERS/Clodagh Kilcoyne)