จีนมีหนาว! อินเดียทดสอบมิสไซล์ติด‘นุก’สำเร็จ พิสัยทำการถึงกรุงปักกิ่ง

AFP

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า อินเดียประสบผลสำเร็จในการทดสอบมิสไซล์ทรงอานุภาพที่สุดของตนที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม จากการเปิดเผยขององค์การเพื่อการวิจัยและพัฒนาด้านกลาโหม (ดีอาร์ดีโอ) และกระทรวงกลาโหมอินเดีย

กระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า การทดสอบแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งที่เพิ่มขึ้นของมิสไซล์ที่อินเดียผลิตขึ้นเอง และจะช่วยในการป้องกันประเทศได้

นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ว่า “การทดสอบยิงมิสไซล์ อัคนี 5 ที่ประสบความสำเร็จทำให้ชาวอินเดียทุกคนภาคภูมิใจมาก ถือเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยิ่งยวดต่อยุทธศาสตร์ด้านกลาโหมของเรา”

ข่าวระบุว่า นี่เป็นการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) แบบพื้นสู่พื้น อัคนี 5 ประสบความสำเร็จเป็นครั้งที่ 4 โดยครั้งแรกยิงเมื่อปี 2555
การทดสอบมิสไซล์ครั้งนี้ถูกยิงจากแท่นปล่อยขีปนาวุธในแนวดิ่งแบบเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยปกป้องตัวมิสไซล์และทำให้ติดตั้งและยิงได้อย่างรวดเร็ว จากเกาะนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของรัฐโอริสสา

การทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกมีความกังวลเรื่องการสั่งสมอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และจากคำกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่ระบุว่ากำลังเล็งที่จะเสริมสร้างสมรรถนะด้านอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ

ด้านนายทรัมป์ออกมาแสดงความคิดเห็นหลังจากนั้นไม่นานผ่านการทวีตข้อความระบุว่า “สหรัฐจะต้องเสริมสร้างและขยายขอบเขตของสมรรถนะด้านนิวเคลียร์จนกว่าโลกนี้จะไปถึงจุดที่เป็นเหตุเป็นผลในเรื่องนิวเคลียร์”

ข้อมูลของสหภาพนักวิทยาศาสตร์อเมริกันระบุว่า ทั้ง 2 ประเทศมีหัวรบนิวเคลียร์รวมกันแล้วราว 14,000 หัวรบ ตามมาด้วยฝรั่งเศส ที่ 300 หัวรบ จีน 260 หัวรบ อังกฤษ 215 หัวรบ ขณะที่อินเดียกับปากีสถานอยู่ที่ระหว่างราว 100-130 หัวรบ ส่วนอิสราเอลอยู่ที่ 80 หัวรบ

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการทหารไอเอชเอสเจนส์ ระบุว่า ความสำเร็จในการพัฒนาครั้งนี้ของอินเดียดูเหมือนจะทำให้จีนเป็นกังวลมากที่สุดเนื่องจากพิสัยทำการที่มากกว่า 5,000 กิโลเมตรของอัคนี 5 ทำให้กรุงปักกิ่งอยู่ในระยะโจมตีที่สามารถเป็นไปได้ ขณะที่ปากีสถานที่เป็นประเทศคู่แค้นของอินเดียนั้นอยู่ในพิสัยที่มิสไซล์รุ่นเก่าของอินเดียสามารถยิงถึงได้มานานแล้ว

“ในการปรับระเบียบโลกด้านนิวเคลียร์ใหม่ครั้งนี้ นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่า อัคนี 5 จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับจีนมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ว่านี่จะเป็นเพียงขีปนาวุธสำหรับการต่อต้านขีปนาวุธ แต่พวกเขาเชื่อว่า อินเดียจะพัฒนาสมรรถภาพที่จะตอบโต้การโจมตีให้สูงมากยิ่งขึ้นกว่านี้” ไอเอชเอสเจนส์ ระบุ

อย่างไรก็ตาม อาไจ ชูคลา อดีตนายทหารที่ปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ของอินเดีย บิสซิเนส สแตนดาร์ดระบุว่า แนวโน้มที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างทั้ง 2 ชาตินั้นน้อยมาก เนื่องจากทั้งคู่ยึดถือหลักการที่เป็นกฎเหล็กด้านนโยบายนิวเคลียร์ว่า “ไม่เป็นฝ่ายใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon