‘Thai Pavilion’ ยืนหนึ่งในเทศกาล ‘Russian Creative Week. Moscow Fest’
ระหว่างวันที่วันที่ 5-9 กรกฎาคมที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก พร้อมด้วยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy Agency: CEA) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยและศักยภาพด้านอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยใน “Thai Pavilion” ในเทศกาล “Russian Creative Week. Moscow Fest” ซึ่งจัดขึ้นที่สวนสาธารณะ Gorky Park ใจกลางกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีขนาดใหญ่ที่จัดโดยสำนักงานอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries Agency: CIA) ภายใต้รัฐบาลกรุงมอสโก และในปีนี้มีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวที่ได้รับเชิญให้ร่วมจัดแสดงผลงานและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกรุงมอสโก โดยหน่วยงานของไทยทั้ง 4 องค์กรได้ร่วมกันนำเสนอผลงานภายใต้แนวคิด “Creative Thai Festival: Lively Thai in Moscow” ควบคู่ไปกับแนวคิด “From Local Wisdom to Global Living”
พิธีเปิด “Thai Pavilion” อย่างเป็นทางการจัดขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 6 กรกฎาคม โดย นายศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เป็นประธาน ร่วมกับ นาย Alexey Fursin หัวหน้าสำนักงานพัฒนาผู้ประกอบการและนวัตกรรมแห่งกรุงมอสโก และ นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติระดับสูงจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของรัสเซีย รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านวัฒนธรรม ผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สื่อมวลชน และ bloggers รัสเซีย ที่มาเข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง

ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดได้เดินชม Thai Pavilion และรับฟังรายละเอียดของผลงานการออกแบบที่นำมาจัดแสดงจากผู้แทน CEA และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งทีมงานอาสาสมัครชาวรัสเซีย ซึ่งมีความหลากหลายและน่าสนใจ ตั้งแต่ ผลงานด้านศิลปหัตถกรรม เสื้อผ้าและสิ่งทอของนักออกแบบและผู้ผลิตของไทย ประกอบด้วย เปรมประชา คอลเลคชั่น, Blook link, Jittrakarn, Live Life Detail, Ten Fingers, Basic Teeory, Bamboo,บริษัท ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ จำกัด, ทอบุญ, บริษัท ไทยแทฟฟิต้า จำกัด, บริษัท เพอร์มา คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอตัวอย่างภาพยนตร์ เกมและแอนิเมชันไทย ซึ่งสนับสนุนโดยสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์เเห่งชาติ สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย ก่อนที่ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้ทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายระหว่างกัน รวมทั้งได้ชิมอาหารว่างที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโกรังสรรค์ขึ้นด้วย

ผู้เข้าร่วมพิธีต่างชื่นชมและให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ แฟชั่น และสิ่งทอของไทยที่นำวัสดุท้องถิ่นมาแปรรูป หรือพัฒนาต่อยอดด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัยแต่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย และตอบสนองวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ รวมถึงสนใจสอบถามถึงราคาผลิตภัณฑ์ด้วย
ขณะที่สื่อจากสำนักข่าวและเว็บไซต์ต่างๆ ในรัสเซีย อาทิ สถานีโทรทัศน์ NTV และ Channel One และหนังสือพิมพ์ Izvestia ได้ขอสัมภาษณ์เอกอัครราชทูต ผู้อำนวยการ CEA และอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกี่ยวกับที่มาและการเข้าร่วมงานเทศกาล และการร่วมจัดแสดง Thai Pavilion ของไทยในครั้งนี้
ท่านทูตศศิวัฒน์ได้ให้ข้อมูลแก่สื่อต่างๆ ว่า การเข้าร่วมของไทยในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากโครงการของสถานเอกอัครราชทูตที่นำกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Influencers) ชาวรัสเซีย ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากรัฐบาลกรุงมอสโก หน่วยงานด้านศิลปวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ และบล็อกเกอร์มืออาชีพ ไปเยือนกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต เมื่อเดือนกันยายน 2565 เพื่อเยี่ยมชมและเรียนรู้ศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งนำไปสู่การเข้าร่วมงาน “Chiang Mai Design Week” เมื่อเดือนธันวาคม 2565 โดยผู้แทน CIA แห่งกรุงมอสโก รวมถึงการเยือนกรุงเทพและเข้าร่วมงาน “Bangkok Design Week” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 โดยนาย Fursin หัวหน้าสำนักงานพัฒนาผู้ประกอบการและนวัตกรรมแห่งกรุงมอสโก กิจกรรมเหล่านี้ได้กระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งยังสร้างความต่อเนื่องของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระหว่างไทยและรัสเซีย จนเป็นที่มาของการที่ไทยได้มาจัด Thai Pavilion ในใจกลางกรุงมอสโกในครั้งนี้

ท่านทูตศศิวัฒน์กล่าวกับสื่อด้วยว่า “Creativity keeps humanity alive” กล่าวคือ ความคิดสร้างสรรค์ทำให้มวลมนุษยชาติดำรงอยู่ต่อไป และรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่จะเป็นความอยู่รอดตามบริบทที่เปลี่ยนไปของโลก
โดยจากผลงานที่นำมาแสดงในงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยที่ทรงคุณค่า รวมถึงความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจของนักออกแบบไทยในการผลิตงานที่แสดงถึงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่สายตาชาวรัสเซีย อีกทั้งเชื่อว่าการเข้าร่วมงานเทศกาลของไทยในครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้นักออกแบบและนักสร้างสรรค์ของไทยและรัสเซียได้มีปฏิสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายระหว่างกันให้แน่นแฟ้น อันจะนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงการสร้างความร่วมมืออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไป
เมื่อถามท่านทูตศศิวัฒน์ว่า การที่ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้ร่วมรับเชิญให้จัดแสดงผลงานในเทศกาล “Russian Creative Week. Moscow Fest” ปีนี้ มีความหมายอย่างไร ท่านทูตศศิวัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ความพยายามและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลยุทธ์ที่จะเปลี่ยนมุมมองของภาคส่วนต่างๆ ในรัสเซียว่า ประเทศไทยไม่ได้มีแค่ แสงแดด ทะเล หาดทราย เท่านั้น โดยผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใน 2 ระดับ คือในระดับภาครัฐและระดับประชาชน นอกจากนี้ ยังมีผลในการสร้างและเผยแพร่การรับรู้ของภาคส่วนต่างๆ ในรัสเซียเกี่ยวกับประเทศไทยในมิติด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่อย่างหลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับรัสเซีย อีกมิติหนึ่งที่สำคัญมากและเป็นวัตถุประสงค์หลักของการผลักดันให้เกิดกิจกรรมในครั้งนี้ก็คือ การสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะสังคมแห่งนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ (innovation and creative society)

ไม่เกินจริงหากจะพูดว่า ความสำเร็จของ “Thai Pavilion” ในเทศกาล “Russian Creative Week. Moscow Fest” ครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์คำกล่าวของท่านทูตศศิวัฒน์ได้เป็นอย่างดี


