‘สุรเกียรติ์’ รับเชิญจีน บรรยายปัญหา กม.ระหว่างประเทศ 

“สุรเกียรติ์” รับเชิญจีน บรรยายปัญหา กม.ระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้รับเชิญจากกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ไปแสดงปาฐกถาในการสัมมนาเรื่องประเทศกำลังพัฒนาและกฎหมายระหว่างประเทศที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ในโอกาสนี้ นายหลิว เจิ้น หมิน อดีตรองเลขาธิการสหประชาชาติและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ ณ เรือนรับรองของกระทรวงการต่างประเทศที่มีอายุหลายร้อยปี และได้รับเชิญให้เป็นผู้นำผู้ทรงคุณวุฒิที่มาเป็นผู้แสดงปาฐกถา เข้าพบหารือกับนาย หนง หรง (Nong Rong) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ดูแลกิจการเอเชียและกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนมากล่าวเปิดการสัมมนาด้วย

การสัมมนานี้ สมาคมกฎหมายระหว่างประเทศจีน, สถาบันกฎหมายระหว่างประเทศเอเชีย และสถาบันกฎหมายระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น ร่วมกันจัดขึ้น

Advertisement

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ได้กล่าวว่า หัวข้อการสัมมนาทำให้นึกถึงหนังสือที่ตนเป็นบรรณาธิการร่วมกับศาสตราจารย์เฟรดเดอริค อี สไนเดอร์ ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ชื่อ Third World Attitudes Towards International Law พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มาตินัส เนฮอฟ ในปี ค.ศ.1987 ซึ่งเกือบ 40 ปีผ่านไป หลายเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศก็ยังไม่มีความก้าวหน้า แต่หลายเรื่องก็มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าไปไกลมาก

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์กล่าวว่า ทุกประเทศควรร่วมกันรักษาหลักกฎหมายที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ ในการรักษาสันติภาพ ความมั่นคงและการพัฒนา แต่สหประชาชาติก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมมากขึ้น และสามารถตอบสนองต่อภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันซึ่งแตกต่างจากในช่วงที่สหประชาชาติถูกตั้งขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ที่สำคัญคือประเทศกำลังพัฒนาในแต่ละภูมิภาคควรแสดงจุดยืนเพื่อโน้มน้าวให้ประเทศมหาอำนาจดำเนินนโยบายต่างๆ โดยไม่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และแก้ปัญหาความเห็นต่างด้วยการหารือ ไกล่เกลี่ยและเจรจาต่อรองเป็นหลัก

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ยังได้กล่าวว่า ทุกประเทศควรช่วยกันสร้างหลักกฎหมายระหว่างประเทศมาดูแลเรื่องที่สร้างความไม่ไว้วางใจกันระหว่างประเทศมหาอำนาจ เช่น เรื่องเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าต่างๆ แทนที่จะใช้กฎหมายภายในมาต่อต้านเทคโนโลยีของประเทศคู่แข่ง หรือพยายามแยกส่วนเทคโนโลยีของมหาอำนาจอีกฝ่ายออกจากกัน

นอกจากนี้ ประเทศต่างๆ ควรร่วมกันนำข้อผูกพันในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย 17 ข้อของสหประชาชาติ (SDG Goals) และวิกฤตภูมิอากาศไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม การประชุม CoP 28 ปลายปีนี้จึงสำคัญเพราะจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากฎหมายระหว่างประเทศในด้านนี้จะพัฒนาไปจนถึงขั้นที่มีผลผูกพันสมาชิกให้ปฏิบัติตามแค่ไหน เพียงใด

ส่วนในด้านเศรษฐกิจนั้น ได้มีพัฒนาการไปมาก เช่นความร่วมมือในระบบภูมิภาคนิยม มาแทนที่การเจรจาขององค์การการค้าโลก (WTO) เช่นอาเซียน อาเซป (RCEP) การมีธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ๆ เกิดขึ้น การที่สกุลเงินหยวนของจีนมีบทบาทมากขึ้นในฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศและการชำระเงินระหว่างประเทศ รวมทั้งระบบการชำระเงินของจีน (CIPS) ที่หลายประเทศเริ่มใช้แทนระบบ SWIFT เหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาได้มีส่วนในการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ แต่จะประสบความสำเร็จเป็นกฎหมายระหว่างประเทศได้เพียงใดคงต้องดูต่อไป

ศ.พิเศษ สุรเกียรติ์เน้นว่าประเทศกำลังพัฒนาควรร่วมกันเน้นการปรึกษาหารือ การไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างประเทศ แม้มีความขัดแย้งอะไรก็ตาม แต่ความมีเสถียรภาพในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจเป็นสิ่งที่ต้องช่วยให้เกิดขึ้น เพราะเป็นจุดสำคัญที่จะเกิดสันติภาพ ความมั่นคงและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ศ.พิเศษ สุรเกียรติ์ ยังได้ชวนประเทศที่มีสิทธิเรียกร้องในเส้นเขตแดนทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้ให้มีการปรึกษาหารือกันอย่างไม่เป็นทางการเพื่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจในทะเลจีนใต้ ในห้วงเวลาที่การเจรจาเส้นเขตแดนทางทะเลยังตกลงกันไม่ได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image