ย้อนรอยช่วงเวลาสำคัญ กว่า 4 ทศวรรษ ‘สมเด็จฯฮุน เซน’ ครองอำนาจกัมพูชา
ย้อนรอยช่วงเวลาสำคัญของ สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หนึ่งในผู้นำที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานที่สุดในโลก ที่ประกาศวางมือทางการเมืองด้วยการลาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศสายฟ้าแลบ หลังครองเก้าอี้ดังกล่าวมานานเกือบ 4 ทศวรรษ
1952-1977: การปฏิวัติและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
สมเด็จฯฮุน เซน เกิดเมื่อปี 1952 ในอำเภอสตรึงตรัง ย่านชนบทเล็กๆ บริเวณแม่น้ำโขง ในจังหวัดกำปงจาม เมื่อตอนที่เขายังเป็นวัยรุ่น ก็ได้เข้าร่วมกับกองกำลังเขมรแดง (Khmer Rouge) หรือที่รู้จักกันในชื่อพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา เพื่อตอบโต้การรัฐประหาร โดยนายพลลอนนอล ในปี 1970 ที่ขับไล่รัฐบาลพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์ ปะมุข และนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา
5 ปีต่อมา กองกำลังเขมรแดงสามารถยึดกรุงพนมเปญ กวาดล้างเมืองหลวงของประเทศที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก และสถาปนาโลกตามอุมคติลัทธิเหมา (Maoism) จนทำให้ประชากรจำนวน 1 ใน 4 เสียชีวตจากความอดอยาก การประหารชีวิต และการทำงานจนตาย
ด้านสมเด็จฯฮุน เซน หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามในปี 1977 ด้วยความกลัวต่อการกวาดล้างภายในประเทศที่เลวร้ายยิ่งขึ้นในขณะนั้น
1979-1991: การทะยานสู่อำนาจ
ในเดือนมกราคม 1979 สมเด็จฯฮุน เซนเป็นหนึ่งในกองกำลังขับไล่เขมรแดงออกจากพนมเปญที่เวียดนามหนุนหลัง เส้นทางสู่อำนาจของสมเด็จฯฮุน เซนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลชุดใหม่ของกัมพูชาที่ฮานอยตั้งขึ้น หลังจากนั้น 6 ปี เขาก็ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยวัยเพียง 32 ปี
ขณะนั้นยังคงเกิดสงครามในชนบทซึ่งโหมกระหน่ำด้วยการก่อความไม่สงบโดยกลุ่มสนับสนุนระบอบกษัตริย์และกองกำลังเขมรแดงที่หลงเหลืออยู่ ด้านเวียดนามได้ถอนกองทัพที่หนุนหลังรัฐบาลของสมเด็จฯฮุน เซนในปี 1989 หลังจากที่เข้ามาดำเนินการในกัมพูชาอย่างยาวนานนับทศวรรษ
ต่อมาคู่ขัดแย้งของกัมพูชาได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพปารีสในปี 1991 โดยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความขัดแย้งในประเทศผ่านการเลือกตั้งอย่างสันติซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
1993-1997: การปราชัยและการฉลองชัยชนะ
พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1951 และรับเอามุมมองปฏิวัติของลัทธิมาร์กซ์ ทั้งยังเป็นพันธมิตรกับเวียดนามและสหภาพโซเวียต แพ้การเลือกตั้งในปี 1993 ให้กับพรรคฟุนซินเปกซึ่งเป็นฝ่ายกษัตริย์นิยม แม้ว่าทั้ง 2 พรรคจะไม่ได้คว้าเสียงข้างมากในรัฐสภาชุดใหม่และถูกบีบให้ก่อตั้งรัฐบาลผสม
ด้านสมเด็จฯฮุน เซน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของกัมพูชา สลับกับสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ในการบริหารประเทศร่วมกันในช่วงปี 1993-1997
อย่างไรก็ดี ในปี 1997 สมเด็จฯฮุน เซนกลับเป็นผู้นำการรัฐประหารนองเลือดและขับไล่รัฐบาลสมเด็จฯนโรดม รณฤทธิ์ ในปีเดียวกันนั้น ยังมีการโจมตีด้วยระเบิดมือที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย ในการชุมนุมเพื่อโค่นล้มผู้นำฝ่ายค้าน อย่างสม รังสี
1998-2012: หวนคำนึงอดีต
พล พต ผู้นำเขมรแดงเสียชีวิตในปี 1998 ขณะถูกกักบริเวณในบ้านพัก ขณะที่กองกำลังของกลุ่มที่ยังเหลืออยู่ตกลงที่จะวางอาวุธหรือแปรพักตร์เข้ากับรัฐบาลของสมเด็จฯฮุน เซน นับเป็นการยุติสงครามกลางเมืองของกัมพูชาที่ยาวนานหลายทศวรรษในที่สุด
ในปี 2003 หลังจากการเจรจาที่ยาวนาน รัฐบาลของสมเด็จฯฮุน เซน ยินยอมที่จะดำเนินการในชั้นศาลระหว่างประเทศร่วมกับยูเอ็น เพื่อพิจารณาคดีกลุ่มเขมรแดงที่ยังมีชีวิต อาทิ คัง เค็ก เอียว หรือสหายดุจ ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตจากบทบาทผู้ดูแลคุกตวลสเลง หรือสถานที่ทรมานนักโทษในยุคเขมรแดงของกัมพูชา เขียว สัมพัน อดีตผู้นำเขมรแดงและนวน เจีย อดีตผู้นำหมายเลข 2 ซึ่งเสียชีวิตในปี 2019 ก็ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตเช่นกัน
ด้านรัฐบาลของสมเด็จฯฮุน เซน ปฏิเสธที่จะอนุญาตให้ศาลไต่สวนคดีอื่นๆ โดยศาลระหว่างประเทศนี้ก็ปิดตัวลงหลังจากตัดสินความผิด 3 ครั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 300 ล้านดอลลาร์
2013-2023: รัฐพรรคการเมืองเดียว
พรรค CPP ของสมเด็จฯฮุน เซนสามารถคว้าชัยชนะอย่างหวุดหวิดเหนือพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ของสม รังสี ในการเลือกตั้งปี 2013 จนทำให้เกิดการประท้วงในกรุงพนมเปญครั้งใหญ่
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าปราบปรามและยุติการประท้วงของฝ่ายค้านซึ่งยืดเยื้อหลายเดือนในปีต่อมา อย่างไรก็ดี พรรค CNRP ถูกศาลฎีกาสั่งยุบในปี 2017 และสมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ
ต่อมาพรรค CPP กวาดที่นั่งในสภาล่างทั้งหมด 125 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2018 ที่ไม่มีฝ่ายค้านอย่างแท้จริง นำมาซึ่งเสียงประณามจากนานาชาติ
สมเด็จฯฮุน เซน ประกาศในปี 2021 ว่าเขาจะสนับสนุน สมเด็จฯฮุน มาเนต บุตรชายคนโตให้ดำรงตำแหน่งแทนตนหลังจากที่เขาเกษียณอายุ
ดังเช่นที่เขาประกาศลาออกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2023 ว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ฮุน มาเนตจัดตั้งรัฐบาลใหม่ 3 วันหลังจากที่พรรค CPP ชนะในการเลือกตั้งปี 2023 อย่างถล่มทลายอีกครั้ง โดยไม่มีพรรคฝ่ายค้านมาท้าชิงเนื่องจากถูกตัดสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง

