ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและรัสเซียลุกลามบานปลายส่งท้ายปี เมื่อสหรัฐได้ประกาศขับ 35 นักการทูตรัสเซียออกนอกประเทศภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อเป็นการลงโทษต่อข้อกล่าวหาของทางการสหรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่ารัสเซียได้ทำการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศรายชื่อนักการทูตรัสเสีย 35 รายจากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงสถานกงสุลใหญ่รัสเซีย ณ นครชิคาโกว่าเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ และให้เวลาบุคคลเหล่านี้รวมถึงครอบครัว 72 ชั่วโมงเพื่อเดินทางออกจากสหรัฐทันที นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ปิดสถานที่สองแห่งที่หน่วยข่าวกรองรัสเซียใช้เพื่อการรวบรวมข้อมูลอีกด้วย
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องจำเป็นและเป็นการตอบโต้ที่เหมาะสมต่อความพยายามที่จะทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐ และว่าชาวอเมริกันทุกคนควรต้องระวังและตระหนักถึงการกระทำของรัสเซีย โดยสหรัฐจะทำการยกเลิกชั้นความลับของข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการกิจกรรมบนโลกไซเบอร์ของรัสเซียเพื่อช่วยให้เครือข่ายต่างๆ ในสหรัฐและทั่วโลกสามารถที่จะระบุตัว ตรวจสอบ และป้องกันการดำเนินกิจกรรมบนโลกไซเบอร์ที่ไม่มีเจตนาดีของรัสเซียทั่วโลกได้
โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ต่อการดำเนินการของสหรัฐ และว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการดำเนินนโยบายทางการทูตแบบคาดเดาไม่ได้และก้าวร้าว เพราะข้อกล่าวหาที่มีต่อรัสเซียในกรณีนี้เป็นเรื่องไม่มีมูลและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกระบุได้รับประโยชน์จากการแทรกแซงของรัสเซียในการเลือกตั้งออกแถลงการณ์หลังคำประกาศดังกล่าว โดยระบุว่าขณะนี้ถึงเวลาที่สหรัฐจะต้องเดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและยิ่งใหญ่กว่า เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยเขาจะพบกับหัวหน้าหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมดเพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของประเด็นดังกล่าวในสัปดาห์หน้า

