ไนเจอร์ปิดน่านฟ้า หลังถึงเส้นตายอีโควาส เตรียมเข้าแทรกแซงทางทหาร หากไม่คืนอำนาจแก่ ปธน.บาซูม
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลทหารไนเจอร์ได้ประกาศปิดน่านฟ้าของประเทศตนเองในคืนวันที่ 6 สิงหาคม เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าถึงกำหนดเส้นตายที่กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจรัฐแห่งแอฟริกาตะวันตก (อีโควาส) ได้ยื่นเงื่อนไขให้คืนอำนาจแก่ประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม ผู้มาจากการเลือกตั้งของไนเจอร์ ซึ่งถูกยึดอำนาจไป หรือไม่เช่นนั้นจะเผชิญการถูกแทรกแซงทหาร
จากข้อมูลของ ไฟลท์เรดาร์ 24 ระบุว่า ถึงเช้าวันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม ยังไม่มีเครื่องบินใดๆ ปฏิบัติการเหนือน่านฟ้าของไนเจอร์
ขณะที่ในแถลงการณ์ของรัฐบาลทหารไนเจอร์ ที่ออกในคืนวันที่ 6 สิงหาคมระบุว่า “เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้นจากการเตรียมพร้อมของประเทศเพื่อนบ้าน น่านฟ้าของไนเจอร์จะถูกปิดตั้งแต่วันอาทิตย์นี้สำหรับเครื่องบินทุกลำจนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม” และว่า ความพยายามใดๆ ที่จะละเมิดน่านฟ้าของไนเจอร์ จะเผชิญกับการตอบโต้อย่างแข็งขันในทันที
ด้านสภาแห่งชาติเพื่อการปกป้องมาตุภูมิ (ซีเอ็นเอสพี) ของไนเจอร์ ออกแถลงการณ์แยกระบุว่า ได้มีการระดมกำลังพลในการเตรียมพร้อมสำหรับการแทรกแซงจากสองชาติในแอฟริกา แต่ซีเอ็นเอสพีไม่ได้เอ่ยชื่อว่าเป็นประเทศใด แต่เตือนว่าประเทศใดก็ตามที่เข้าร่วมจะถือเป็น “ผู้เข้าร่วมสงคราม”
ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทหารไนเจอร์มีขึ้นเป็นการตอบโต้กลุ่มอีโควาสที่ได้แถลงเมื่อสัปดาห์ก่อน เรียกร้องให้คณะผู้นำรัฐบาลทหารไนเจอร์สละอำนาจภายในเที่ยงคืนวันที่ 6 สิงหาคม ไม่เช่นนั้นจะเผชิญการถูกแทรกแซง หลังผู้บัญชาการทหารหน่วยอารักขาประธานาธิบดีได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากประธานาธิบดีบาซูมเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนการทำรัฐประหารหลายพันคน ได้ออกมารวมตัวกันที่สนามกีฬาในกรุงนีอาเม เมืองหลวงของไนเจอร์ เพื่อแสดงความสนับสนุนรัฐบาลทหารไนเจอร์ด้วย
ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองทัพของกลุ่มประเทศอีโควาส ได้เห็นพ้องกันเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ถึงแผนการเข้าแทรกแซงเพื่อตอบสนองวิกฤตการณ์ในประเทศไนเจอร์ ที่เป็นชาติล่าสุดในภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกาที่เกิดเหตุรัฐประหารขึ้นนับจากปี 2020 โดยนายอับเดล-ฟาเทา มูซาห์ กรรมาธิการของอีโควาส กล่าวว่า เราต้องการให้การทูตทำงานและเราต้องการส่งสารนี้ถึงพวกเขาอย่างชัดเจนว่าเรากำลังให้โอกาสพวกเขาในทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขสิ่งที่พวกเขาทำลงไป แต่ก็เตือนว่าองค์ประกอบทั้งหมดที่จะยื่นมือเข้าแทรกแซงในท้ายที่สุดนั้น ได้รับการพิจารณาแล้ว รวมถึงว่าจะดำเนินการอย่างไรและเมื่อไร
ด้านฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมเดิมของไนเจอร์ กล่าวสนับสนุนการดำเนินการใดๆ ของอีโควาสอย่างเต็มที่หลังเส้นตายที่ให้ไว้ผ่านพ้นไปแล้ว
ขณะที่ประธานาธิบดีอับเดลมาดจิด เท็บบูน ของแอลจีเรีย ประเทศที่มีพรมแดนติดกับไนเจอร์ กล่าวต่อต้านการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงในไนเจอร์ โดยชี้ว่าวิธีการดังกล่าวเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อแอลจีเรียที่มีพรมแดนติดกับไนเจอร์เป็นระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร

