หน้าแรก ต่างประเทศ เฮ! ‘จันทรายา...

เฮ! ‘จันทรายาน-3’ ยานอวกาศอินเดียส่งรูปชุดแรกกลับโลก หลังโคจรรอบดวงจันทร์สำเร็จ

7.08.23 | 16:35 น.
(Indian Space Research Organisation – ISRO)

เฮ! ‘จันทรายาน-3’ ยานอวกาศอินเดียส่งรูปชุดแรกกลับโลก หลังโคจรรอบดวงจันทร์สำเร็จ

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า องค์การอวกาศอินเดีย (Indian Space Research Organisation – ISRO) ได้เผยแพร่ภาพของดวงจันทร์ชุดแรกที่ถ่ายโดยจันทรายาน-3 (Chandrayaan-3) ยานอวกาศสำรวจดาวบริวารของโลกจากอินเดีย ที่เข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์สำเร็จเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงหลุมอุกกาบาตจำนวนมากบนพื้นผิวของดวงจันทร์ โดยขณะที่ยานอวกาศดังกล่าวเคลื่อนที่เข้าใกล้ดาวเคราะห์นี้มากขึ้น ก็สามารถเห็นภาพที่ความละเอียดชัดเจนขึ้นเช่นกัน

โดยยานลงจอดและยานสำรวจอวกาศภาคพื้นของจันทรายาน-3 มีกำหนดลงจอดบนพื้นผิวของดวงจันทร์ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ หากสำเร็จ อินเดียจะเป็นชาติแรกที่สร้างประวัติศาสตร์การลงจอดอย่างนุ่มนวลซึ่งถูกควบคุม (controlled soft-landing) ใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ และจะเป็นชาติที่ 4 ที่สามารถลงจอดยานอวกาศบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ถัดจากสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียตในอดีต และจีน

หลังจากความสำเร็จในการปล่อยจันทรายานขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม และเคลื่อนที่ไปตามวงโคจรของโลกเป็นเวลาราว 10 วัน ยานอวกาศดังกล่าวก็ถูกส่งเข้าไปยังวงโคจรทรานส์ลูน่า (translunar orbit) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ก่อนจะเข้าไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้สำเร็จในวันเสาร์ (6 ส.ค.)

Advertisement

ISRO ระบุว่า การตรวจสอบทั้งหมดเผยให้เห็นว่าการดำเนินการของจันทรายาน-3 เป็นไปด้วยดี และว่านี่เป็นครั้งที่สามติดต่อกันแล้วที่หน่วยงานสามารถส่งยานอวกาศเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์

การปล่อยยานจันทรายาน-3 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม (REUTERS/Stringer)

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า คาดว่าจันทรายาน-3 ซึ่งเป็นภารกิจสำรวจดวงจันทร์โครงการที่ 3 ของอินเดีย จะสานต่อความสำเร็จของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ก่อนหน้านี้

ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกของอินเดียเกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน ในปี 2008 ซึ่งค้นพบการมีอยู่ของโมเลกุลของน้ำบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่แห้งแล้ง และพิสูจน์ได้ว่าดวงจันทร์มีชั้นบรรยากาศในเวลากลางวัน ต่อมายานอวกาศในภารกิจจันทรายาน-2 ซึ่งประกอบด้วยยานโคจร ยานลงจอด และยานสำรวจ ถูกปล่อยสู่อวกาศในเดือนกรกฎาคม 2019 แต่ประสบความสำเร็จเพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากยานโคจรสามารถโคจรรอบดวงจันทร์และศึกษาเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ยานลงจอดและยานสำรวจกลับล้มเหลวและชนกับผิวดวงจันทร์ในการลงจอด

ศรีธารา พานิกเกอร์ โสมานาถ ประธาน ISRO กล่าวว่า หน่วยงานได้ทำการศึกษาข้อมูลความล้มเหลวในการลงจอดอย่างถี่ถ้วน และดำเนินการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของจันทรายาน-3 ซึ่งมีน้ำหนัก 3,900 กิโลกรัม รวมถึงมีมูลค่าสูงถึง 6.1 พันล้านรูปี หรือกว่า 2.56 พันล้านบาท

ขณะที่ยานลงจอดซึ่งมีชื่อว่า “วิกรม” (Vikram) ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้ง ISRO มีน้ำหนักราว 1,500 กิโลกรัม โดยภายในยานยังมียานสำรวจที่มีชื่อว่าปรัชญาน (Pragyaan) ซึ่งมีน้ำหนัก 26 กิโลกรัม

เนื่องจากตอนนี้ยานจันทรายาน-3 ได้เข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์แล้ว นักวิทยาศาสตร์จะเริ่มลดความเร็วของจรวดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อนำยานไปยังจุดที่จะทำให้วิกรมลงจอดได้อย่างนุ่มนวล เมื่อลงจอดสำเร็จ ยานสำรวจแลนด์โรเวอร์ 6 ล้อจะดีดตัวออกและแล่นไปรอบๆ หินและหลุมอุกกาบาตบนพื้นผิวดวงจันทร์ เพื่อรวบรวมข้อมูลรวมถึงภาพที่สำคัญและส่งกลับมายังโลกเพื่อทำการวิเคราะห์