หน้าแรก ต่างประเทศ พายุใหญ่พัดถล...

พายุใหญ่พัดถล่มภาคตะวันออกสหรัฐ ทำปชช.ดับ 2 ยกเลิกเที่ยวบินวุ่น ไม่มีไฟฟ้าใช้ทะลุ 1.1 ล้านคน

8.08.23 | 13:59 น.
AP

พายุใหญ่พัดถล่มภาคตะวันออกสหรัฐ ทำปชช.ดับ 2 ยกเลิกเที่ยวบินวุ่น ไม่มีไฟฟ้าใช้ทะลุ 1.1 ล้านคน

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ภูมิภาคตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับพายุรุนแรง รวมถึงลูกเห็บ ฟ้าผ่าและอาจเกิดพายุทอร์นาโด เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 2 ราย เที่ยวบินหลายพันเที่ยวบินต้องถูกยกเลิกหรือดีเลย์ ขณะที่บ้านเรือนกว่า 1.1 ล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้

พายุดังกล่าวได้ขยายใหญ่ขึ้นในบริเวณภาคตะวันออกของสหรัฐ โดยมีการออกประกาศเฝ้าระวังพายุทอร์นาโดและเตือนภัยใน 10 รัฐไล่ตั้งแต่รัฐเทนเนสซีไปจนถึงรัฐนิวยอร์กรวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แถลงการณ์พิเศษของสำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐได้เตือนว่าอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเสียหายจากลมแรงระดับเดียวกับพายุเฮอร์ริเคน ตลอดจนมีโอกาสที่จะเกิดลูกเห็บและพายุทอร์นาโดขนาดใหญ่

ประชาชนจำนวนกว่า 29.5 ล้านคนต้องอาศัยอยู่ภายใต้ประกาศเฝ้าระวังพายุทอร์นาโดเมื่อช่วงเที่ยงของเมื่อวานนี้ (7 ส.ค.) ตามเวลาสหรัฐ โดยคาดว่าพายุเหล่านี้จะพัดถล่มบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมากในช่วงเที่ยงและช่วงค่ำของวันเดียวกัน ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากพายุดังกล่าวแล้ว 2 ราย เป็นเด็กชายวัย 15 ปีถูกต้นไม้โค่นทับเสียชีวิตที่รัฐเซาธ์แคโรไลนา และอีกหนึ่งรายเป็นชาย 28 ปีถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตที่รัฐอลาบามา

นอกจากนั้นแล้วในช่วงดึกของวันเดียวกัน พายุที่พัดถล่มยังส่งผลให้เที่ยวบินในสหรัฐจำนวนกว่า 2,600 เที่ยวบินต้องถูกยกเลิกขณะที่อีกเกือบ 7,900 เที่ยวบินต้องล่าช้า องค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟเอเอ) เผยว่าได้เปลี่ยนเส้นทางการสัญจรทางอากาศเพื่อหลบพายุดังกล่าวอีกด้วย

Advertisement

ยิ่งไปกว่านั้นในคืนวันเดียวกัน ประชาชนกว่า 1.1 ล้านคนต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางความมืดและไม่มีไฟฟ้าใช้ใน 11 รัฐที่อยู่ในเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุ อาทิ รัฐอลาบามา จอร์เจีย แมรีแลนด์ เดลาแวร์ และเพนซิลเวเนีย ตามรายงานของเว็บไซต์ poweroutage.us โดยหน่วยงานสาธารณูปโภคของเมืองน็อกซ์วิลล์ รัฐเทนเนสซีรายงานว่าพายุได้สร้างความเสียหายในพื้นที่ที่พวกเขาให้บริการอยู่เป็นวงกว้างและรุนแรงซึ่งอาจใช้เวลานานหลายวันในการซ่อมแซมให้กลับมาเป็นปกติ

นายคริส สตรอง นักอุตุนิยมวิทยาของสำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐกล่าวว่า “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่ส่งผลกระทบมากที่สุดในภูมิภาคมิดแอตแลนติกของสหรัฐเป็นระยะเวลาหนึ่ง”