อำลา WFH? ‘Zoom’ ปรับนโยบายทำงานยืดหยุ่น สั่งพนักงานกลับบริษัท
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมว่า ซูม (Zoom) บริษัทเจ้าของซอฟต์แวร์การติดต่อสื่อสารทางไกลผ่านระบบออนไลน์สัญชาติอเมริกัน ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้คนในการทำงานที่บ้าน (Work From Home: WFH) ระหว่างช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ประกาศให้พนักงานของตนกลับมาทำงานที่บริษัท นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะปรับลดนโยบายระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น
ซูมกล่าวว่า บริษัทมีความเชื่อว่า วิธีการแบบผสมผสานระหว่างการทำงานแบบ WFH และการทำงานที่บริษัทอย่างมีโครงสร้างชัดเจนนั้นจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในระยะ 80 กิโลเมตร จากสำนักงานของซูมควรเข้ามาทำงานที่บริษัทอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์
ขณะที่การสำรวจต่างๆ ชี้ให้เห็นว่า พนักงานยังคงมีความสามารถในการทำงานจากที่บ้านในระดับหนึ่ง โดยการสำรวจของนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งถูกกระทำขึ้นทุกเดือนตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 เผยว่า ประมาณ 12% ของพนักงานในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของซูม ทำงานจากที่บ้านอย่างสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม ในขณะที่อีก 29% ใช้แนวทางการทำงานแบบผสมผสาน
รูปแบบดังกล่าวยังสอดคล้องกับข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักรที่ทำขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ขณะที่ก่อนเกิดโรคระบาด สัดส่วนวันทำงานจากที่บ้านในสหรัฐอเมริกามีเพียง 5% เท่านั้น โดยที่พนักงานทั่วโลกมักต้องการระบบทำงานที่ยืดหยุ่นมากกว่าที่นายจ้างเห็นว่าเหมาะสมที่สุด ส่วนครั้งหนึ่งซูมเคยกล่าวว่าพนักงานจะสามารถทำงานจากระยะไกลได้อย่างไม่มีกำหนด
อย่างไรก็ดี จากท่าทีครั้งล่าสุดนี้ ซูมกล่าวว่า การปรับนโยบายการทำงานใหม่ที่มีความผสมผสานมากขึ้นจะเริ่มต้นใช้ในเดือนสิงหาคมและกันยายน ตามไทม์ไลน์ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และว่า บริษัทจะยังคงว่าจ้างผู้ที่มีความสามารถระดับสูงสุดต่อไป ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม โดยเมื่อสิ้นเดือนมกราคม ซูมมีพนักงานประมาณ 8,400 คน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา และราว 200 คน ประจำการอยู่ที่สหราชอาณาจักร
ซูมกล่าวด้วยว่า นโยบายใหม่นี้จะทำให้บริษัทอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการใช้เทคโนโลยีของบริษัท การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการสนับสนุนลูกค้าทั่วโลกของเราต่อไป
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ซูมอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากคู่แข่งอย่าง ไมโครซอฟท์ (Microsoft) พัฒนาระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ของตนเองมาประชันกับซูม ส่วนการเติบโตของบริษัทได้ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่เกิดโรคระบาด เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซูมประกาศว่าจะลดพนักงานลง 15% และลดค่าจ้างของผู้บริหารระดับสูงครั้งใหญ่

