ประกาศฮาวาย ‘พื้นที่ภัยพิบัติ’ ไฟป่าเมาอีดับ 55 ชีวิต สูญหายหลักพัน
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าในเกาะเมาอี ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของฮาวายในวันที่ 10 สิงหาคม เพิ่มขึ้นเป็น 55 รายแล้ว โดยจอห์น เพลเลเทียร์ ผู้บัญชาการตำรวจระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวคือจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีการยืนยันได้แล้ว แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าที่จะสรุปตัวเลขความสูญเสียที่แท้จริงได้ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเลวร้ายและน่าเศร้าใจอย่างยิ่ง
เพลเลเทียร์กล่าวว่า ในส่วนของผู้สูญหายนั้น ทางการยังไม่ทราบตัวเลขที่แท้จริง แต่เขาประเมินในเบื้องต้นว่าน่าจะอยู่ที่ราว 1,000 คน อย่างไรก็ดี นั่นอาจไม่ใช่จำนวนที่แท้จริง เพราะหลายคนอาจเพียงแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ หรือย้ายไปอยู่ในศูนย์พักพิง
ขณะนี้ไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตในเกาะเมาอียังไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งทำให้การค้นหาผู้ที่สูญหายและผู้รอดชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก
ด้านหัวหน้าหน่วยดับเพลิงระบุว่า ไฟที่ลุกไหม้หลายจุดทั่วเกาะเมาอีตั้งแต่วันอังคารที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เผาไหม้พื้นที่ไปหลายพันไร่ และยังไม่มีจุดไหนที่สามารถควบคุมไฟได้ 100% ยังคงมีไฟขนาดเล็กจำนวนมากที่ถูกดับลงแล้ว แต่นักผจญเพลิงยังต้องพยายามจัดการกับไฟทั้งหมดด้วยทรัพยากรเท่าที่มีอยู่ สภาพแวดล้อมต่างๆ ยังคงเป็นอัตรายอย่างยิ่ง พร้อมกับขอให้ผู้คนอยู่ห่างจากพื้นที่ที่ยังคงมีไฟลุกไหม้อยู่
ขณะที่ในเวลาต่อมาแถลงการณ์ของเมาอีเคาน์ตีระบุว่า สามารถควบคุมไฟป่าในลาไฮนาได้แล้วราว 80% หลังจากพื้นที่ดังกล่าวซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะเมาอี ถูกไฟเผาผลาญเป็นเถ้าถ่านทั้งหมด
นายริชาร์ด บิสเซน นายกเทศมนตรีเมาอี กล่าวกับผู้ที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ว่าให้พวกเขารอคอยและอย่าเพิ่งกลับไปยังบ้านของตนเองในเวลานี้ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติในฮาวายซึ่งจะเป้ดทางให้ทั้งชาวบ้านและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบยื่นร้องขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง ทั้งในเรื่องของที่อยู่อาศัยและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ไฟป่าดังกล่าวถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เลวร้ายที่สุดในฮาวายนับตั้งแต่ปี 2503 เมื่อสึนามิได้พัดถล่มและคร่าชีวิตผู้คนไป 61 คน

