อึ้ง! ฆ่าตัวตายมะกันทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุเกือบครึ่งแสน ปี 2022
สำนักข่าวเอพีรายงาน อ้างอิงข้อมูลของทางการสหรัฐที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมว่า มีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเมื่อปีที่ผ่านมาราว 49,500 ราย นับเป็นจำนวนที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐอเมริกา
แม้ว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ยังไม่ได้คำนวณอัตราการฆ่าตัวตายสำหรับปีที่ว่า แต่ข้อมูลที่มีอยู่บ่งชี้ว่า มีการฆ่าตัวตายในสหรัฐสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2
ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนกว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และจำนวนที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงอัตราการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าที่สูงขึ้น และการเข้าถึงบริการรักษาสุขภาพทางจิตที่จำกัด
อย่างไรก็ดี จิลล์ ฮาร์คาวี-ฟรายด์แมน รองประธานอาวุโสด้านงานวิจัยของมูลนิธิอเมริกาเพื่อการป้องกันการฆ่าตัวตาย (the American Foundation for Suicide Prevention) กล่าวว่า ตัวการที่สำคัญคือการที่ประชาชนเข้าถึงอาวุธปืนได้มากขึ้น โดยความพยายามฆ่าตัวตายด้วยปืนมักลงเอยด้วยความตายบ่อยกว่าวิธีอื่น ขณะที่ตลาดการขายปืนก็เฟื่องฟูขึ้น อีกทั้งบ้านเรือนยังมีการครอบครองอาวุธดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ
การวิเคราะห์ล่าสุดของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) ซึ่งใช้ข้อมูลเบื้องต้นในปี 2022 ในการคำนวณ ชี้ให้เห็นว่าอัตราการฆ่าตัวตายด้วยปืนโดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่แล้ว และเป็นครั้งแรกที่อัตราการฆ่าตัวตายด้วยปืนในกลุ่มวัยรุ่นผิวดำแซงหน้ากลุ่มวัยรุ่นผิวขาว
ทั้งนี้ ตัวเลขการฆ่าตัวตายในสหรัฐสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2000 จนถึงปี 2018 และร่วงลงเล็กน้อยในปี 2019 ต่อเนื่องในปี 2020 ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี แต่ในปี 2021 การฆ่าตัวตายกระโดดขึ้น 4% เช่นเดียวกับเมื่อปีที่แล้ว ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 อยู่ที่ 49,449 ราย สูงขึ้นราว 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
CDC กล่าวว่า การฆ่าตัวตายในผู้ใหญ่อายุ 25 ถึง 44 ปีเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ขณะที่พบการฆ่าตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยสูงขึ้น 7% ในช่วงวัย 45-64 ปี และกว่า 8% ในกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มชายผิวขาว
ดร.ดีบรา ฮาวรี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของ CDC กล่าวว่า คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุจำนวนมากประสบปัญหา อาทิ ตกงานหรือสูญเสียคู่สมรส ส่วนสิ่งสำคัญคือต้องลดการตีตราและอุปสรรคอื่นๆ ในการรับความช่วยเหลือ
โดยปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสายด่วนระดับชาติ ที่ผู้คนในสหรัฐอเมริกาสามารถโทร 988 เพื่อติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่า CDC กำลังขยายโครงการช่วยเหลือเพื่อให้ทุนสนับสนุนงานป้องกันการฆ่าตัวตายในชุมชนต่างๆ ขณะที่ประชาชนตระหนักเกี่ยวกับปัญหานี้มากขึ้นและรู้ว่าตนสามารถขอความช่วยเหลือได้
นอกจากนี้ การฆ่าตัวตายในคนอายุ 10 ถึง 24 ลดลงกว่า 8% ปีในปี 2022 ซึ่งอาจเป็นเพราะความสนใจต่อปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการผลักดันให้โรงเรียนและหน่วยงานอื่นๆ หันมาสนใจปัญหานี้

