หน้าแรก ต่างประเทศ เกาหลีเหนือ จ...

เกาหลีเหนือ จ่อปล่อยดาวเทียมขึ้นอวกาศอีกหน ทำญี่ปุ่น-โสมใต้ค้านหนัก

22.08.23 | 16:22 น.
FILE PHOTO KCNA via REUTERS

เกาหลีเหนือ จ่อปล่อยดาวเทียมขึ้นอวกาศอีกหน ทำญี่ปุ่น-โสมใต้ค้านหนัก

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประเทศเกาหลีเหนือเตรียมที่จะทำการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศอีกครั้งในช่วงระหว่างวันที่ 24-31 สิงหาคมนี้ ทำให้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ออกมาประณามพร้อมกับเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยกเลิกแผนการปล่อยดาวเทียมดังกล่าว หลังจากที่การปล่อยดาวเทียมสอดแนมดวงแรกของเกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ทางการเกาหลีเหนือได้แจ้งพื้นที่อันตราย 3 แห่งกับหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งคาดว่าจรวดที่นำดาวเทียมของเกาหลีเหนือขึ้นสู่ห้วงอวกาศจะบินผ่าน ได้แก่ ทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันออกของเกาะลูซอนของประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีการระดมกองเรือและระบบต่อต้านขีปนาวุธ PAC-3 เพื่อเตรียมความพร้อมหากดาวเทียมของเกาหลีเหนือตกลงใส่อาณาเขตของประเทศญี่ปุ่น

ด้านเกาหลีใต้ระบุว่า การปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศของเกาหลีเหนือถือเป็น “การกระทำที่ผิดกฎหมาย” เพราะเป็นการละเมิดข้อมติขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ห้ามไม่ให้เกาหลีเหนือใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับขีปนาวุธ ซึ่งถูกใช้ทั้งในเรื่องของการส่งดาวเทียมขึ้นสู่ห้วงอวกาศและการยิงจรวด โดยกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ว่า “สิ่งที่เกาหลีเหนือเรียกว่าเป็นการปล่อยดาวเทียมนั้นถือเป็นการละเมิดข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) อย่างชัดเจน ไม่ว่าเกาหลีเหนือจะใช้ข้ออ้างใดก็ไม่สามารถที่จะหาความชอบธรรมให้กับการทำผิดกฎหมายดังกล่าวได้”

ด้านกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เผยว่า จะตอบโต้การยั่วยุที่ผิดกฎหมายของเกาหลีเหนือด้วยความร่วมมือไตรภาคีอย่างใกล้ชิดระหว่างเกาหลีใต้ สหรัฐ และญี่ปุ่น ขณะที่นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือล้มเลิกแผนการปล่อยดาวเทียมดังกล่าว และบอกอีกว่าญี่ปุ่นกำลังเตรียมมาตรการทุกอย่างเพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น

Advertisement

แผนการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่ห้วงอวกาศของเกาหลีเหนือในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่เกาหลีใต้และสหรัฐเริ่มต้นการซ้อมรบร่วมทางทหารประจำปีครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่า อุลชี ฟรีดอม ชิลด์ เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือที่เพิ่มมากขึ้น