อนามัยโลกเผย พบเชื้อโควิดกลายพันธุ์ BA.2.86 ในปท.ใหม่เพิ่ม
เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก(ดับเบิลยูเอชโอ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมว่า พบ “BA.2.86” ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนที่มีการกลายพันธุ์สูง ในประเทศใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์และแอฟริกาใต้ นอกเหนือจากที่พบในอิสราเอล เดนมาร์ก สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรมาแล้ว
ทั้งนี้เชื้อโควิดกลายพันธุ์ใหม่ BA.2.86 นี้ ที่ดับเบิลยูเอชโอ จัดให้เป็นไวรัสโควิดสายพันธุ์ย่อยที่ต้องจับตามอง ได้มีการกลายพันธุ์มากถึงกว่า 35 จุดเมื่อเทียบกับ XBB.1.5 ที่เป็นสายพันธุ์ย่อยซึ่งมีการระบาดอย่างแพร่หลายในปี 2023 นี้ โดยสายพันธุ์ย่อย BA.2.86 พบครั้งแรกในประเทศเดนมาร์กเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังมีการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสในผู้ป่วยติดเชื้อรายหนึ่งที่มีความเสี่ยงป่วยหนัก นับแต่นั้นได้มีการตรวจพบเชื้อโควิดกลายพันธุ์ใหม่นี้ในผู้ป่วยที่แสดงอาการรายอื่นๆ ในการคัดกรองที่สนามบินและในตัวอย่างน้ำเสียในบางประเทศ
นักวิทยาศาสตร์หลายรายกล่าวว่า ในขณะที่การเฝ้าระวังเชื้อกลายพันธุ์ BA.2.86 นี้จะสำคัญ แต่ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดคลื่นการระบาดและการเสียชีวิตที่ร้ายแรงได้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่มีการสร้างขึ้นทั่วโลกทั้งจากวัคซีนและการติดเชื้อโควิดกันก่อนหน้านี้
มาเรีย ฟาน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของดับเบิลยูโอ กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ BA.2.86 ยังคงมีน้อย และว่า กรณีติดเชื้อที่รับรู้นั้นไม่มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งบ่งชี้ว่ากำลังมีการระบาดในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการลดการเฝ้าระวังทั่วโลก
ด้านดอกเตอร์นีราฟ ชาห์ รองผู้อำนวยการใหญ่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(ซีดีซี)ของสหรัฐ กล่าวว่า ซีดีซีและหน่วยงานอื่นๆ ที่พบเชื้อโควิดสายพันธุ์ย่อยใหม่นี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ประชุมหารือกับนักวิทยาศาสตร์ในช่วงสุดสัปดาห์และได้ออกรายงานประเมินความเสี่ยงในกลางสัปดาห์ระบุว่า มีการพบผู้ติดเชื้อดังกล่าวถึงวันที่ 23 สิงหาคม จำนวน 9 ราย และยังพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ย่อยนี้ในน้ำเสียในสวิตเซอร์แลนด์ด้วย
รายงานยังระบุว่าดูเหมือนว่าวิธีทดสอบและยารักษาในปัจจุบันยังคงมีประสิทธิภาพในการรับมือกับ BA.2.86 ได้ แม้การกลายพันธุ์อาจทำให้เชื้อไวรัสดังกล่าวมีความสามารถมากขึ้นที่จะทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วและผู้ที่ติดเชื้อโควิดมาแล้ว ติดเชื้อนี้ได้ และขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงขึ้น

