
ทูตมะกัน ช่วยกินปลาดิบโชว์ เชื่อสหรัฐยืนข้างญี่ปุ่น หากดันเรื่องจีนแบนอาหารทะเล ถึง WTO
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายราห์ม เอ็มมานูเอล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศญี่ปุ่น เดินทางเยี่ยมชมตลาดปลาฮามาโนะเอกิ ในจังหวัดฟุกุชิมะ ในวันเดียวกันนี้ โดยยังได้แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านทาโกะฮาจิ ซึ่งมีปลาดิบเสิร์ฟด้วย

ประหนึ่งกินโชว์แสดงความเชื่อมั่นในอาหารทะเลญี่ปุ่น หลังจากเผชิญกระแสต่อต้านเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยหลังญี่ปุ่นทำการปล่อยน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จนทำให้มีหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่แบนนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น
นายเอ็มมานูเอลกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า เขาคาดหมายว่าสหรัฐจะให้การสนับสนุนญี่ปุ่น หากการสั่งแบนอาหารทะเลญี่ปุ่นของจีน จะยกระดับไปสู่ข้อพิพาทในเวทีองค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ)

“หากญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะดำเนินความพยายามนั้น สหรัฐอเมริกา จะยืนหยัดเคียงข้าง ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาเป็นพันธมิตร แต่เพราะมีความชอบธรรมในกรณีนี้” เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าว และว่า เขาไม่สามารถด่วนตัดสินได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและการสนับสนุนดังกล่าว ท้ายที่สุดจะขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า การบีบบังคับข่มขู่ทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่น การโทรศัพท์คุกคามและข้อมูลที่บิดเบือนทั้งในญี่ปุ่นและพื้นที่โดยรอบมาจากตำราของจีน นี่เป็นเรื่องการเมืองทั้งหมด

วันเดียวกัน นายฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ลงพื้นที่ตลาดปลาโทโยสุ ในกรุงโตเกียว กล่าวว่า เขาจะรวบรวมมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแบนอาหารทะเลญี่ปุ่นของจีน

ทั้งนี้ นิคเคอิ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า รัฐบาลจะระดมเงินทุนเพิ่มเติมจำนวนหลายหมื่นล้านเยนจากงบประมาณสำรองของรัฐบาลในปีงบประมาณปัจจุบันเพื่อสนับสนุนมาตรการดังกล่าว โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้งกองทุน 2 กองทุน มูลค่า 80,000 ล้านเยน เพื่อช่วยพัฒนาช่องทางการขายใหม่ๆ และเก็บรักษาปลาแช่แข็งที่มีมากเกินเอาไว้จนกว่าจะสามารถขายได้เมื่ออุปสงค์ฟื้นคืนกลับมา เป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมประมง
