หน้าแรก ต่างประเทศ อึ้ง! ยอดผู้ข...

อึ้ง! ยอดผู้ขอลี้ภัยในยุโรปช่วงครึ่งปีแรกทะลุ 5 แสนคน พุ่ง 28%

5.09.23 | 17:29 น.
FILE PHOTO AP

อึ้ง! ยอดผู้ขอลี้ภัยในยุโรปช่วงครึ่งปีนี้ทะลุ 5 แสนคน พุ่ง 28%

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานสหภาพยุโรปเพื่อผู้ลี้ภัย (อียูเอเอ) เผยเมื่อวันที่ 5 กันยายนว่า จำนวนผู้อพยพที่ยื่นขอลี้ภัยในสหภาพยุโรป (อียู) และประเทศที่เกี่ยวข้อง อาทิ สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 519,000 คน เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ตัวเลขของผู้อพยพที่ยื่นขอลี้ภัยในอียูที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้อียูอาจมีจำนวนผู้ขอลี้ภัยในปีนี้ทะลุ 1 ล้านคน มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015-2016 ที่มีการเพิ่มขึ้นของผู้อพยพซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรียที่หนีภัยสงครามในประเทศของตนเอง โดยในปี 2015 ตัวเลขผู้ยื่นขอลี้ภัยในอียูมีจำนวน 1.35 ล้านคน ขณะที่ปี 2016 ยอดผู้ยื่นขอลี้ภัยอยู่ที่ 1.25 ล้านคน

ต่อมา จำนวนผู้อพยพที่ยื่นขอลี้ภัยได้ลดลงในปี 2017 หลังจากที่อียูมีการบรรลุข้อตกลงกับประเทศตุรกีให้จัดการในเรื่องการข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงในปี 2020 และ 2021 ที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้รุนแรงแตะระดับสูงสุดจนมีการจำกัดการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ยื่นขอลี้ภัยในอียูได้กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2022 ถึง 53% ทำให้หลายประเทศในยุโรปต้องเจอกับความกดดันในเรื่องดังกล่าว ปริมาณที่พักและความช่วยเหลือในอียูได้ลดน้อยลงเนื่องจากหลายประเทศต้องมอบที่พักพิงให้แก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนราว 4 ล้านคนที่ได้รับประโยชน์จากสถานะการคุ้มครองที่แยกออกจากสถานะผู้ลี้ภัยที่ประเทศยูเครนกำลังทำสงครามกับรัสเซีย

Advertisement

จากจำนวนผู้อพยพที่ยื่นขอลี้ภัยในปีนี้เกือบ 1 ใน 4 เป็นชาวซีเรียและอัฟกัน ขณะที่ผู้คนจากประเทศเวเนซุเอลา ตุรกี โคลอมเบีย บังกลาเทศ และปากีสถานก็ยื่นขอลี้ภัยในทวีปยุโรปเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ลี้ภัยในปีนี้คือประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ลี้ภัยจากประเทศซีเรียและอัฟกานิสถาน

41% ของผู้ที่ยื่นขอลี้ภัยในอียูทั้งหมดจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย หรือสถานะคุ้มครองอื่นๆ ที่อนุญาตให้พวกเขาพักอาศัยอยู่ในสหภาพยุโรปได้ แต่ผลของการยื่นขอลี้ภัยนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเชื้อชาติของผู้ยื่น อาทิ ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียและอัฟกันมีโอกาสที่จะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยมากที่สุด เพราะประเทศของพวกเขากำลังเจอกับปัญหาความขัดแย้งและชีวิตความเป็นอยู่ที่กดขี่ ด้านชาวตุรกีมีโอกาสที่จะได้รับสถานะลี้ภัยน้อยที่สุด