ยูเอ็นออกโรงเตือน การขุดทรายใต้ทะเล 6 พันล้านตันต่อปี ส่อทำสัตว์น้ำตายเกลื่อน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นอีพี) ได้เผยว่า ทรายใต้ทะเลจำนวนราว 6 พันล้านตัน ถูกขุดขึ้นมาใช้บนบกทุกปี ซึ่งเป็นการกระทำที่ยูเอ็นอีพีมองว่าไร้ความยั่งยืนและอาจคร่าชีวิตสัตว์ทะเลที่อยู่ในบริเวณที่มีการขุดทรายอย่างไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้
ทรายเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำ แต่การสกัดทรายขึ้นมาเพื่อใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ การก่อสร้าง กลับมีการควบคุมดูแลอย่างหละหลวม ทำให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีการผ่านมติเมื่อปีที่แล้วเพิ่งสนับสนุนการขุดทรายอย่างยั่งยืน
นายปาสคาล เปดุซซี จากยูเอ็นอีพี กล่าวในการแถลงข่าวว่า “จำนวนของทรายที่เราขุดมาจากธรรมชาตินั้นมีปริมาณมากและส่งผลกระทบใหญ่หลวง” และกล่าวอีกว่า เรือดูดทรายจากใต้ทะเลได้ทำการฆ่าเชื้อก้นทะเลโดยการสกัดทรายและบดขยี้จุลินทรีย์ทั้งหมดที่เป็นอาหารของปลา และในบางครั้ง บริษัทต่างๆ ได้ดูดทรายทั้งหมดที่อยู่บนชั้นหินแข็ง ทำให้ชีวิตใต้ทะเลอาจไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้
ถึงแม้ว่าการขุดทรายขึ้นมาใช้ทั่วโลกจำนวนราว 6 พันล้านตันต่อปี จะน้อยกว่าปริมาณของทรายที่เพิ่มขึ้นใหม่ตามธรรมชาติ แต่ในบางพื้นที่ ปริมาณการขุดทรายได้แซงหน้าปริมาณการเกิดขึ้นใหม่ของทรายตามธรรมชาติ โดยทะเลจีนใต้ ทะเลเหนือ และชายฝั่งตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการขุดลอกทรายขึ้นมาใช้งานมากที่สุดในโลก ตามข้อมูลจากนายอาร์เนาต์ วานเดอร์ เวลเพน เจ้าหน้าที่ด้านอุตสาหกรรมทรายและวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ขณะที่หนึ่งในประเทศที่มีการขุดทรายขึ้นมาจากใต้ทะเลมากที่สุดได้แก่ ประเทศจีน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และเบลเยียม

