สื่อจับตา “คิม จอง อึน” เดินทางไปรัสเซีย จะไปด้วยรถไฟ หรือเครื่องบิน??
เมื่อมีข่าวว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เตรียมเดินทางไปพบกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย อีกครั้ง ทำให้มีการวิเคราะห์กันว่า การเดินทางไกลครั้งแรกของผู้นำคิมในครั้งนี้ จะเดินทางด้วยรถไฟหุ้มเกราะ สัญลักษณ์ของผู้นำเกาหลีเหนือ อีกครั้งหรือไม่
สำนักข่าวเอพี ได้วิเคราะห์เรื่องความเป็นไปได้ของการเดินทางไกลของผู้นำคิมเอาไว้ว่า หลังจากทางการสหรัฐอเมริกา ออกมาเผยว่า คิม จอง อึน อาจจะเดินทางเยือนรัสเซียภายในเดือนนี้ เพื่อพบกับวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับการขายอาวุธของเกาหลีเหนือให้แก่รัสเซีย ที่เริ่มมีอาวุธลดน้อยลงอันเนื่องมาจากนำไปทำสงครามกับยูเครนเป็นเวลานาน
ตามรายงานของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผู้นำเกาหลีเหนือและรัสเซีย อาจจะพบกับที่เมืองวลาดีวอสตอค ทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นที่ๆทั้งสองพบกันครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2019 และคาดว่าปูตินจะเข้าร่วมการประชุม อีเทิร์น อีโคโนมิค ฟอรั่ม ประจำปี ที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐตะวันออกไกล ตั้งแต่วันที่ 10-13 กันยายนนี้ และคาดว่า นายคิม จะใช้โอกาสนี้ในการพบกับปูติน
ขณะที่สื่อทั่วโลกต่างให้ความสนใจว่า “ผู้นำคิม” จะเดินทางไปยังวลาดีวอสตอคอย่างไร
ทั้งนี้ นายคิมมักจะใช้เครื่องบินในการเดินทางบ่อยครั้งมากกว่า นายคิม จอง อิล บิดาผู้ล่วงลับ แต่นายคิมเองก็ใช้รถไฟหุ้มเกราะในการเดินทางไปยังต่างประเทศบ่อย ตั้งแต่การพบกับปูติน ,ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน รวมไปถึงสมัยที่โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี 2018 และ 2019
ขณะที่เกลบ คาราคูลอฟ ชาวรัสเซียผู้แปรพักตร์จากหน่วยข่าวกรองลับของรัสเซีย เปิดเผยว่า ปูตินเอง ตอนนี้พยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยเครื่องบินและรถไฟหุ้มเกราะ นับตั้งแต่เขาตัดสินใจส่งกองกำลังบุกยูเครนเมื่อต้นปี 2022
ด้านคิม จอง อึน ที่เดินทางไปรัสเซียเพื่อพบกับปูตินครั้งก่อนคือเมื่อเดือนเมษายน 2019 ก็เป็นการเดินทางด้วยรถไฟ ส่วนการเดินทางเยือนจีน ของผู้นำคิมนั้น เคยเกิดขึ้น 4 ครั้ง ในช่วงปี 2018-2019 เพื่อพบกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยการเดินทาง 2 ครั้ง เป็นการเดินทางด้วยรถไฟ และอีก 2 ครั้ง เป็นการเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่ผลิตโดยรัสเซีย
โดยในเดือนมิถุนายน 2018 ผู้นำคิม ได้ยืมเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของจีน เพื่อบินไปยังประเทศสิงคโปร์ พบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น โดยมีรายงานว่า เหตุที่ต้องยืมเครื่องบินจากจีน เป็นเพราะเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของนายคิมดูเหมือนจะไม่ปลอดภัย
ส่วนการพบกับทรัมป์ครั้งที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม นายคิมนั่งรถไฟไป โดยใช้เวลาราว 2 วันครึ่งในการเดินทาง ซึ่งการพบกันครั้งที่ 2 ระหว่างคิมกับทรัมป์ ถือเป็นการพบกันที่ล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 เกาหลีเหนือได้สั่งปิดชายแดนประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2020 เพื่อปกป้องประเทศจากการระบาดของโควิด-19 และนายคิมไม่ได้พบกับผู้นำต่างชาติอีกเลยนับตั้งแต่การปิดชายแดนประเทศ
นายหยาง มูจิน ประธานศูนย์ศึกษาเกาหลีเหนือ ในเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ข่าวการเตรียมเดินทางไปรัสเซียของผู้นำคิม ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าจะเกิดการประชุมสุดยอดผู้นำขึ้นอีกครั้ง เพื่อผลักดันด้านการทูต และอาจจะตามมาด้วยการเดินทางไปประเทศจีน เพื่อพบกับนายสี
สมัยที่คิม จอง อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ บิดาของนายคิม จอง อึน ยังมีชีวิตอยู่ เขาเดินทางไปต่างประเทศนับสิบครั้ง ในช่วงที่ปกครองประเทศยาวนาน 17 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางไปจีน และทุกครั้งจะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟ ขณะที่สื่อของเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จอง อิล เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟเมื่อปี 2011
ตามรายงานที่เผยแพร่ไว้เมื่อปี 2022 โดยคอนสแตนนิน พูลิคอฟสกี ของรัสเซีย ระบุไว้ว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัสเซียคนหนึ่งที่ติดตามนายคิม จอง อิล ตลอดการเดินทาง 3 สัปดาห์ที่ไปยังกรุงมอสโก ของรัสเซีย เปิดเผยว่า บนขบวนรถไฟดังกล่าว มีทั้งไวน์ราคาแพง และอาหารหรูๆ ทั้งลอปส์เตอร์ และบาร์บีคิวหมู
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า คิม จอง อึน จะเลือกเดินทางไปรัสเซียด้วยรถไฟอีกครั้ง หรือจะเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินที่จะมีความสบายมากกว่า
โดยสมัยที่คิม จอง อึน ยังเรียนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ เขาเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยครั้งมากสมัยเป็นวัยรุ่น
สำหรับเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของนายคิม จอง อึน นั้น เป็นการปรับปรุงมาจากเครื่องบิน IL-62 ที่ผลิตสมัยโซเวียต โดยสื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า เครื่องบินดังกล่าว สามารถบินได้ความเร็วสูงสุดที่ 900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บรรทุกผู้โดยสารได้ราว 200 คน สามารถบินได้ไกลสุดราว 9,200 กิโลเมตร
แต่ก็ไม่เคยบินไกลขนาดนั้นมาก่อน

