ฉาวอีก หนุ่มมาเลเซียอ้าง เกือบถูกลักพาตัวที่ไทย หลังเรียกรถผ่านแอพพ์ คนแห่วิจารณ์เพียบ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า World of Buzz สื่อสังคมออนไลน์ของประเทศมาเลเซีย ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชายรายหนึ่ง ที่เจอกับเหตุไม่คาดฝันในประเทศไทย โดยได้อ้างเฟซบุ๊กของชาวเน็ตที่ชื่อว่า Andrew Tong อ้างว่าได้เรียกรถบริการสำหรับรับส่งผู้โดยสารแบบ e-hailing ที่กรุงเทพฯ และเกือบจะโดนลักพาตัว ระหว่างเดินทางไปสนามบินดอนเมือง
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว ได้โพสต์ไว้เมื่อ 5 กันยายน ราวๆ 2 ทุ่ม โดยอ้างว่า กลุ่มของเขานั้น มีเขา เพื่อนผู้ชาย 1 คน และผู้หญิงอีก 3 คน ได้เรียกรถไปสนามบิน โดยคนขับได้มาถึงเวลา 19.00 น. หลังจากขึ้นรถแล้ว ก็พบความผิดปกติกับคนขับ โดยหน้าต่างรถมืดไปหมด คนขับได้แอบดูโทรศัพท์ และสอบถามว่า กลุ่มดังกล่าวมาจากไหน
“เราไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ และบอกกับคนขับว่า มาจากมาเลเซีย ตอนนั้นผู้ชายอีกคนก็ขอให้ฉันฟังบทสนทนา ระหว่างคนขับกับอีกฝ่าย ที่คุยโทรศัพท์อยู่ ฉันเข้าใจภาษาไทย” เขาอธิบาย และว่า เมื่อฟังแล้วก็เข้าใจว่า คนขับกำลังบอกใครบางคนว่ามีกี่คนในรถ เพศอะไร และอื่นๆ ที่เข้ามองว่า คนขับธรรมดาจะไม่อธิบายอะไรเช่นนี้ และคนขับปกติจะโทรหาภรรยาและสมาชิกในครอบครัว ก่อนที่เขาจะแปลบทสนทนาให้เพื่อนฟัง
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว ยังได้บอกอีกว่า เขาได้ยินคนขับบอกอีกฝ่ายว่า มีคนเข้าใจภาษาไทยและแปลได้ชัดเจนมาก เขารู้ทุกความเคลื่อนไหว และรายงานให้อีกฝ่ายทราบ เขาบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ จึงใช้โทรศัพท์ดูจีพีเอสไปสนามบิน ว่าห่างแค่ไหน พบว่าใช้เวลา 30 นาที แต่ไม่สอดคล้องกับจีพีเอสของคนขับ ที่ใช้ระยะเวลาเดินทาง 50 นาที

เขายังได้เล่าว่า พวกเขาได้ขอลงจากรถ บอกว่าอยากใช้ห้องน้ำ บังเอิญว่ารถติดที่สยามเซ็นเตอร์ ได้ขอลงที่ห้าง แต่ว่าน้ำเสียงและใบหน้าของคนขับเปลี่ยนไป และปฏิเสธ คนขับอธิบายว่า ตำรวจไม่ให้จอด และจะถูกจับ จากนั้นจึงได้เสนอให้ไปปั๊มน้ำมันที่ห่างออกไป 5 นาที คนขับจึงได้รายงานให้ใครสักคนทราบ และสงสัยว่าพวกเขาจะหลบหนี และพวกเขาก็วิ่งหนี
ผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวมาเลเซียรายนี้ ยังอ้างด้วยว่า พวกเขารู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก และหยิบกระเป๋าที่อยู่ในปิกอัพออกอย่างรวดเร็ว คนขับไม่มีเวลาตอบสนองเมื่อทุกคนลงจากรถ คนขับไม่ถามและไม่ได้ไล่ตาม และไม่ได้เสียค่าเดินทาง
โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว ยังได้ระบุว่า จากประวัติของคนขับ พบว่ารับผู้โดยสารมามากกว่า 600 ราย และเตือนให้ผู้อื่นระมัดระวังในการเดินทาง

ทั้งนี้ ในเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้มีคนแชร์ไปมากกว่า 2 หมื่นครั้งด้วยกัน และยังได้โพสต์ภาพการเดินทาง รวมไปถึงเลขทะเบียนรถ และหน้าของคนขับรถยนต์
อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กแฟนเพจ ลุยจีน ได้นำเรื่องราวดังกล่าวมารายงานต่อ ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวไทยหลายคน มองว่าเรื่องราวนี้แปลก และต้องการให้ตำรวจตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
คนไทยหลายคนยังได้เข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ต้นทาง สอบถามถึงแอพพ์ที่ชายรายดังกล่าวเลือกใช้ และ ขอให้ไปแจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างมาก


