คอลัมน์ไฮไลต์โลก: อิทธิพลหนังตีแผ่หลอกลวงออนไลน์ ทำนนท.จีนผวาปักหมุดเที่ยว
มีข่าวว่าหลังจากที่ “No More Bets” ภาพยนตร์จีนแนวแอคชั่นอาชญากรรม จากฝีมือการกำกับของ “อ้าวเฉิน” ลงโรงฉายทั้งในประเทศจีนและหลายประเทศทั่วโลกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็ได้กลายเป็นหนังฮอตสุดปังที่โกยรายได้ไปอย่างถล่มทลาย
แต่ในอีกทางหนึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้จุดกระแสความกังวลขึ้นในหมู่ชาวจีน ที่กลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อได้เสียเอง จนไม่อยากจะย่างกรายไปในประเทศที่ถูกอ้างถึงอยู่ในหนัง เนื่องจากหนังเรื่องนี้ตีแผ่ให้เห็นถึงขบวนการค้ามนุษย์ที่มีต้นตอจากการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยแก๊งมิจฉาชีพที่เคลื่อนไหวอยู่ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยหนังบอกเล่าเรื่องราวของโปรแกรมเมอร์หนุ่มและนางแบบสาวที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งพนันออนไลน์ ซึ่งใช้ “รายได้งามก้อนโต” มาเป็นตัวล่อ ทำให้พวกเขาติดบ่วงตกเป็นทาสใช้งานของแก๊งค์ต้มตุ๋นเหยื่อทางออนไลน์ ที่มีฐานดำเนินการอยู่ในเมียนมา
โพลสำรวจความเห็นบน “เว่ยป๋อ” โซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีนชี้ว่า กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามมากถึง 48,000 คน จากที่มีการทำสำรวจ 54,000 คน บอกว่าพวกเขาจะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศเมียนมา ในขณะที่ราว 3,000 คน บอกว่าพวกเขาไม่แน่ใจที่จะเดินทางไปเมียนมา เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย
อีกโพลสำรวจหนึ่งที่สอบถามผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตชาวจีน ในคำถามที่ว่าพวกเขาจะเดินทางไปยังแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่ พบว่า กว่า 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาไม่คิดจะเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งเมียนมา กัมพูชา รวมถึงไทยเองด้วย ที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงออนไลน์ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ ต่างพยายามที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ที่เป็นตลาดเป้าหมายสำคัญเข้ามาในประเทศตนเอง หลังจากจีนกลับมาเปิดประเทศหลังวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลงและยกเลิกการแบนกรุ๊ปทัวร์ไปเมื่อต้นปี ด้วยการหามาตรการจูงใจต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวแดนมังกรเข้ามา
โดยกระทรวงท่องเที่ยวของกัมพูชาได้เปิดตัวโครงการ “China Ready” เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่จะให้การรับรองผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในกัมพูชาที่มีคุณภาพการบริการตรงตามมาตรฐานของจีน เพื่อมุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งกัมพูชาหวังว่าจะดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาได้อย่างน้อย 800,000 คนภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่เมียนมาได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับมณฑลจี๋หลินของจีนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อกำหนดจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำคัญของกันและกัน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจร่วมกัน
แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกลับเผชิญกระแสตีกลับและการต่อต้านอย่างรุนแรงจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจีน ที่ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเชิงลบที่มีต่อความกังวลด้านความปลอดภัยของพวกเขา
ดังความเห็นของชาวเน็ตจีนรายหนึ่งที่โพสต์ว่า หากได้ไปเที่ยวสถานที่นั้น เขาก็ไม่คิดว่าจะสามารถออกมาจากที่นั่นได้โดยไม่บุบสลาย
เป็นเสียงสะท้อนหนึ่ง ที่อาจได้อิทธิพลมาจากกระแสหนัง No More Bets ก็เป็นได้

