สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกา (เอฟโอเอ็มซี) ระบุถึงความจำเป็นที่ต้องปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายด้วยอัตราเร็วมากกว่าที่คาดไว้ โดยระบุถึง “ความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญ” เกี่ยวกับนโยบายทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะใช้ อ้างอิงจากรายงานการประชุมครั้งสุดท้ายประจำปี 2559 ของกองทุนสำรองแห่งรัฐหรือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา
รายงานการประชุมระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคมปีที่แล้วระบุว่า “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้จ่ายภาครัฐของนายทรัมป์อาจกระตุ้นอุปสงค์ให้เพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับที่ยั่งยืน “โดยมีแนวโน้มที่จะทำให้จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นกว่าที่คาดไว้ในปัจจุบัน” แต่รายงานการประชุมระบุด้วยว่า คณะกรรมการยังเห็นพ้องกันว่ายังเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายมากน้อยแค่ไหนในการนำไปใช้จริงและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจอย่างไร
ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เอฟโอเอ็มซีเพิ่งจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นในรอบ 1 ทศวรรษ และส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2560 มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 1 ครั้ง
ข่าวระบุว่า จากความไม่แน่นอนเรื่องการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจ อาทิ เรื่องการปรับลดภาษีและเพิ่มงบประมาณในโครงการสร้างสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐาน ที่นายทรัมป์ได้ให้สัญญาไว้เมื่อครั้งหาเสียง ทำให้มีความเสี่ยงในเรื่องอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งอาจผิดไปจากที่คาดไว้ รวมถึงเรื่องการใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัวด้วย

