ญี่ปุ่นเขย่า ครม. เด้ง รมว.ต่างประเทศ-กลาโหม ตามคาด ดันผู้หญิงเข้าร่วม 5 คน มากสุดเป็นประวัติการณ์
เมื่อวันที่ 13 กันยายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น วัย 66 ปี ได้ทำการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ตามคาด โดยมีการแทนที่รัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม และส่งเสริมบทบาทผู้หญิงขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นเป็น 5 ตำแหน่ง ในการปรับ ครม.ที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นความพยายามของนายคิชิดะที่จะหนุนความนิยมคืนมา หลังจากความนิยมของนายคิชิดะและชื่อเสียงของเขาภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ตกต่ำลงนับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปี 2021 ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลคิชิดะในการจัดการเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกแห่งนี้
ในการปรับ ครม.ครั้งนี้ ได้มีการแต่งตั้งนางยูโกะ คามิกาวะ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม วัย 70 ปี เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ แทนที่นายโยชิมาสะ ฮายาชิ ที่ถูกปรับออกไป ส่งผลให้นางคามิกาวะ ที่เคยดูแลการประหารชีวิตผู้นำลัทธิโอมชิริเกียว ซึ่งก่อเหตุโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินโตเกียวด้วยก๊าซพิษซารินเมื่อปี 1995 เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศหญิงคนแรกของญี่ปุ่นในรอบ 19 ปี และเป็น 1 ใน 5 รัฐมนตรีหญิงใน ครม.ชุดใหม่นี้ของนายคิชิดะ
มีการตั้งนายมิโนรุ คิฮาระ อายุ 54 ปี ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ตามโผที่หลุดออกมา ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือเพิ่มมากขึ้นและความสัมพันธ์กับจีนที่ย่ำแย่ลง
นายชูนิจิ ซูซูกิ ยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง และนายยาสุโตชิ นิชิมูระ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมดังเดิม เช่นเดียวกับนายทาโร โคโนะ อดีตคู่แข่งในพรรคของคิชิดะ ยังคงคุมกระทรวงกิจการดิจิทัล และมีการปรับนายเท็ตสึโระ โนมูระ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ที่มีประเด็นพูดพล่อยๆ เกี่ยวกับการปล่อยน้ำบำบัดแล้วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเมื่อเร็วๆ นี้ ออกจากตำแหน่ง
โพลที่จัดทำโดยสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (11 ก.ย.) ชี้ว่า ความพอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลคิชิดะ มีอยู่ที่ 36% ซึ่งน้อยกว่าความไม่พอใจรัฐบาลคิชิดะที่มี 43% ขณะที่โพลสำรวจของโยมิอูริเมื่อเดือนก่อนระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลคิชิดะในการจัดการกับภาวะเงินเฟ้อของประเทศ
แบรด กลอสเซอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยแปซิฟิกฟอรัม กล่าวว่า โดยปกติการปรับ ครม. เป็นความพยายามที่จะพยุงความนิยมที่ตกต่ำลงให้กลับคืนมา โดยครั้งนี้มุ่งที่จะทำให้การชิงชัยอีกครั้งในตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพีที่จะมีขึ้นในปีหน้าของนายคิชิดะ มีความเป็นไปได้มากขึ้นด้วยการได้รับความสนับสนุนจากประชาชน เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มต่างๆ ภายในพรรคแอลดีพีจะให้การสนับสนุนเขาต่อไป
การปรับ ครม.ญี่ปุ่นครั้งนี้ ยังมีรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาเป็น 5 คน จากเดิมมี 2 คน ในคณะรัฐมนตรีที่มีทั้งสิ้น 19 คน ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นแล้ว

