
กองทัพอาเซอร์ไบจานถล่ม ดินแดนนากอร์โน-คาราบัค กร้าวจะหยุด เมื่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาร์มีเนียวางอาวุธ
เมื่อวันที่ 20 กันยายน กองทัพอาเซอร์ไบจาน ยังคงปฏิบัติการทางทหารในดินแดนพิพาทนากอร์โน-คาราบัค ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ในปฏิบัติการที่รัฐบาลอาเซอร์ไบจานเรียกว่าเป็น “การต่อต้านการก่อการร้าย” หลังวันก่อนหน้ากองทัพอาเซอร์ไบจานได้เปิดฉากโจมตีใส่กลุ่มชาติพันธุ์อาร์มีเนีย ซึ่งเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยกองทัพอาเซอร์ไบจานประกาศว่ากองทัพจะไม่หยุดจนกว่ากองกำลังอาร์มีเนียผิดกฎหมายจะยอมจำนนและรัฐบาลแบ่งแยกดินแดนของนากอร์โน-คาราบัคจะสลายตนเอง
กระทรวงกลาโหมของอาเซอร์ไบจาน ได้เริ่มปฏิบัติการดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมีรายงานว่ามีทหาร 4 นายและพลเรือน 2 ราย เสียชีวิตจากกับระเบิดในดินแดนนากอร์โน-คาราบัคในวันเดียวกัน ขณะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่พิพาทดังกล่าวระบุว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ราย รวมถึงพลเรือน 2 ราย

ด้านกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในนากอร์โน-คาราบัค ระบุว่า ได้มีการอพยพประชาชนกว่า 7,000 คน ออกจาก 16 หมู่บ้านในอาร์ทซัค/นากอร์โน-คาราบัค ซึ่งเป็นชื่อเรียกดินแดนพิพาทดังกล่าวของชาวอาร์มีเนีย ที่นานาชาติให้การรับรองว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอาเซอร์ไบจาน
ขณะที่ประธานาธิบดีอิลฮัม อาลิเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน กล่าวขณะหารือทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐว่า ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในนากอร์โน-คาราบัคจะยุติลง หากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาร์มีเนียยอมวางอาวุธ หลังสหรัฐได้แสดงความกังวลต่อปฏิบัติการทางทหารของอาเซอร์ไบจาน พร้อมเรียกร้องให้ยุติในทันที
ทั้งนี้ประเทศอาเซอร์ไบจานและอาร์มีเนียทำสงครามระหว่างกันครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต จากนั้นทั้งสองประเทศทำการสู้รบกันอีกครั้งในปี 2020 โดยอาเซอร์ไบจานสามารถยึดคืนพื้นที่ทั้งในและโดยรอบของดินแดนนากอร์โน-คาราบัคก่อนที่จะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
