จะไปต่ออย่างไร? ทั่วโลกจับตา หลังคองเกรสผ่านงบชั่วคราว ตัดเงินหนุนยูเครนทิ้ง
สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐประกาศว่า พวกเขาจะไม่ยอมแพ้แม้ว่าร่างงบประมาณชั่วคราวที่เพิ่งผ่านการลงมติของวุฒิสภาไปในวันที่ 30 กันยายน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการชัตดาวน์ขึ้น จะตัดการให้ความช่วยเหลือในการทำสงครามของยูเครนทิ้งไปก็ตามที
อย่างไรก็ดี สมาชิกคองเกรสหลายคนยอมรับว่า การแสวงหาความเห็นชอบในการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือยูเครนกำลังทวีความยากลำบากมากขึ้น ในขณะที่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับการต่อต้านการส่งมอบความช่วยเหลือให้กับยูเครนของสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสที่ดูเหมือนจะได้รับแรงหนุนเพิ่มมากขึ้น
การลงคะแนนเสียงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่อาจขยายวงกว้างขึ้นในอนาคต เมื่อเกือบครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรลงมติให้หักลบเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากร่างงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหมเพื่อฝึกทหารให้ยูเครนและซื้ออาวุธ แม้ว่าในภายหลังจะมีการอนุมัติเงินแยกต่างหากให้ก็ตามที
ขณะที่การดำเนินการของนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่ละทิ้งการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ยูเครน ในรายละเอียดของงบประมาณชั่วคราวที่จะทำให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ไปได้จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน ก็เป็นการปิดประตูสำหรับแพคเกจของวุฒิสภาสหรัฐที่จะให้เงินช่วยเหลือยูเครนเพิ่มขึ้นอีก 6,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของวงเงินที่ทำเนียบขาวร้องขอ
สมาชิกทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่างเห็นชอบกับงบประมาณชั่วคราวที่กินเวลา 45 วัน โดยสมาชิกของทั้งสองพรรคการเมืองต่างร่วมกันละทิ้งความช่วยเหลือเพิ่มเติมที่จะให้กับยูเครน เพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ของรัฐบาลซึ่งจะส่งผลกระทบมากกว่าสำหรับสหรัฐ
สิ่งที่เกิดขึ้นในสภาคองเกรสส่งสัญญานถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อการให้การสนับสนุนอย่างแน่วแน่ที่สหรัฐได้ให้คำมั่นสัญญาต่อยูเครนที่จะอยู่เคียงข้างตราบเท่าที่จำเป็นในการต่อสู้กับรัสเซีย และการระงับการให้เงินช่วยเหลือแก่ยูเครนดังกล่าวยังเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เพิ่งเดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ และยังได้เข้าพบกับนายแมคคาร์ธี เพื่อพยายามสร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐว่า กองทัพของเขาจะเป็นฝ่ายชนะสงคราม โดยเน้นว่าการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากสหรัฐมีความสำคัญยิ่งต่อการต่อสู้ต่อไปของยูเครน
ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรคเดโมเครต กล่าวสรุปสิ่งที่เซเลนสกีพูดกับสมาชิกวุฒิสภาในประโยคเดียวว่า “ถ้าเราไม่ได้รับความช่วยเหลือ เราจะแพ้สงคราม”
กระนั้นก็ดี แมคคาร์ธีที่บอบช้ำไม่น้อยจากความพยายามผ่าทางตันชัตดาวน์ด้วยการหันไปพึ่งเสียงจากเดโมแครตในการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว เปลี่ยนคำพูดจากที่เคยบอกว่า “ไม่มีการตีเช็คเปล่าให้กับยูเครน” ไปเป็นการพูดถึงแนวทางของวุฒิสภาในเรื่องนี้ว่า “วางยูเครนไว้หน้าอเมริกา” ทั้งยังปฏิเสธที่จะบอกว่า เขาจะนำเอางบประมาณความช่วยเหลือยูเครนขึ้นมาลงคะแนนเสียงในสภาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่
แมคคาร์ธีกล่าวเพียงว่า หากมีช่วงเวลที่เราจำเป็นต้องหารือกันในเรื่องนั้น เราก็จะมีการหารือกัน แต่ผมคิดว่าฝ่ายบริการต้องทำให้แน่ใจว่ามันจะเป็นชัยชนะ
แม้ว่าทั้งชูเมอร์และมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา จะให้คำมั่นว่าจะดำเนินการให้มีการผ่านคำร้องขอของทำเนียบขาวอย่างรวดเร็ว แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายนี้จะยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ตั้งคำถามกับการให้ความช่วยเหลือยูเครน และเรียกร้องให้แนบเอานโยบายเกี่ยวกับคนเข้าเมืองที่จะช่วยให้ชายแดนทางใต้ของสหรัฐปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน
นับจนถึงขณะนี้ สหรัฐได้อนุมัติงบช่วยเหลือยูเครนไปแล้ว 4 รอบ คิดเป็นมูลค่าราว 113,000 ล้านดอลลาร์ โดยเงินบางส่วนถูกนำไปใช้ในการเพิ่มยุทโธปกรณ์ทางทหารที่จะถูกส่งไปยังแนวหน้า และในเดือนสิงหาคม ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เรียกร้องให้คองเกรสจัดสรรเงินเพิ่มเติมอีก 24,000 ล้านดอลลาร์
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในคองเกรสในระหว่างการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ในสหรัฐจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง แม้จะเชื่อว่าที่สุดแล้วสหรัฐไม่อาจละทิ้งยูเครนในขณะนี้ แต่สำหรับอนาคตก็ไม่มีใครคาดเดาได้เช่นกัน
สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือความรู้สึกของคนสหรัฐ หรือแม้แต่สมาชิกสภาคองเกรสเองก็ไม่ได้เทใจให้กับยูเครนโดยไม่มีข้อแม้อีกต่อไป
เพราะเมื่อต้องแลกระหว่างการรับรองร่างงบประมาณชั่วคราวที่ตัดงบช่วยเหลือยูเครนทิ้ง กับยอมให้เกิดการชัตดาวน์ขึ้น พวกเขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าจะเลือกอะไร

