อุณหภูมิน้ำเพิ่มสูง ทำโลมาน้ำจืดในแอมะซอนตายกว่า 100 ตัว
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โลมามากกว่า 100 ตัวในผืนป่าแอมะซอนของบราซิลตายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะอุณหภูมิของน้ำเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับภัยแล้งขั้นรุนแรง ที่อาจทำให้โลมาอีกหลายตัวจะตายในไม่ช้า หากอุณหภูมิของน้ำยังคงสูงเช่นนี้ต่อไป
สถาบันมามิรัว ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของบราซิล ระบุว่า พบโลมาตายเพิ่มขึ้นอีก 2 ตัวเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่บริเวณรอบทะเลสาบเทเฟ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่สำคัญของโลมาและปลาในพื้นที่

ภาพวิดีโอที่สถาบันมามิรัวบันทึกไว้ แสดงให้เห็นว่า นกแร้งกำลังกินซากโลมาที่เกยตื้นริมทะเลสาบ ขณะที่สื่อท้องถิ่นของบราซิลก็รายงานว่า มีปลาอีกหลายพันตัวตายด้วยเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุของการตายของสัตว์น้ำในทะเลสาบเทเฟ โดยตั้งแต่สัปดาห์ก่อน อุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบพุ่งสูงเกิน 39 องศาเซลเซียส แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงเร่งตรวจสอบเพื่อระบุสาเหตุการตายของโลมาให้ชัดเจนอีกครั้ง

มีเรียม มาร์มอนเทล นักวิจัยจากสถาบันมามิรัวกล่าวว่า มีโลมาประมาณ 1,400 ตัวในทะเลสาบเทเฟ ในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ เราสูญเสียโลมาไปราว 120 ตัว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่ราว 5-10% ของจำนวนประชากรโลมาทั้งหมดในทะเลสาบ
คนงานได้เร่งเก็บซากโลมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ปริมาณน้ำที่แห้งเหือดก็ส่งผลกระทบต่อชุมชนริมแม่น้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและเรือของพวกเขาก็ไม่สามารถออกไปจับปลาได้ ทำให้ผู้ว่าการในแอมะซอนได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเนื่องจากภัยแล้งเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

