เหยื่อรอดตายงานเทศกาลดนตรี ลั่นนี่ไม่ใช่แค่สงคราม แต่มันคือนรก !!!
เอพีรายงาน มายา อัลเปอร์ สาวอิสราเอลวัย 25 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุสะเทือนขวัญกลุ่มฮามาสบุกสังหารหมู่ในงานเทศกาลดนตรีที่เขตคิบบุตซ์ เรอิม ทางใต้ของอิสราเอล ใกล้กับฉนวนกาซา เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยราว 260 ราย และมีผู้คนถูกจับเป็นตัวประกันไม่ทราบจำนวน บอกว่านี่ไม่ใช่แค่สงคราม แต่มันคือนรก
ขณะเดียวกันเจ้าตัวเผยว่า ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้ชายพลเมืองชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล ที่ช่วยนำตัวเธอขึ้นรถพาไปส่งยังสถานีตำรวจ หลังจากเธอหนีตาย หลบซ่อนรอความช่วยเหลือจากกองทัพอิสราเอลราว 6 ชั่วโมง
“นี่ไม่ใช่แค่สงคราม แต่มันคือนรก แต่ถึงแม้อยู่ในนรก ฉันก็ยังรู้สึกได้ว่าเราสามารถเลือกแสดงออกด้วยความรัก ไม่ใช่แค่ความกลัว” มายา อัลเปอร์ บอกกับเอพีหลังผ่านความตายมาอย่างเฉียดฉิว และได้รับความช่วยเหลือจากชาวปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นชาวเบดูอินในเมืองราฮัต

อัลเปอร์เล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นการสังหารหมู่พลเรือนครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอลว่า เธอรีบวิ่งหนีตายไปที่รถของเธอที่จอดอยู่ แล้วขับออกไปอย่างเร็วที่สุด ระหว่างทางเธอเห็นการสังหารหมู่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา และได้ช่วยรับเพื่อนร่วมชะตากรรมที่กำลังยืนงงอยู่บนถนนให้ขึ้นมาบนรถเธอได้ 3 คน หนึ่งในนั้นบอกอัลเปอร์ว่า เขาพลัดหลงกับภรรยาระหว่างวิ่งหนีตายกันชุลมุน อัลเปอร์ต้องห้ามชายผู้นั้น ไม่ให้ลงจากรถเพื่อไปตามหาภรรยา
ขณะที่หญิงแปลกหน้าอีกคนบนรถบอกอัลเปอร์ว่า เห็นกลุ่มฮามาสยิงเพื่อนรักของเธอตายต่อหน้า ส่วนชายผู้โดยสารอีกคนนั่งตัวสั่น ปากก็พร่ำว่า “เรากำลังจะตาย”
อัลเปอร์เล่าว่า วินาทีนั้นไม่มีที่ไหนปลอดภัยเลย ขณะที่เสียงระเบิด เสียงกรีดร้อง เสียงปืนยิ่งดังใกล้เข้ามา อัลเปอร์และเพื่อนร่วมทางตัดสินใจทิ้งรถ รีบวิ่งผ่านทุ่งกว้างไปหลบซ่อนตัวในพุ่มไม้ใหญ่ และหลบซ่อนอยู่อย่างนั้นถึง 6 ชั่วโมงกว่ากองทัพทหารอิสราเอลจะเข้ามาช่วย

มายา อัลเปอร์ เล่าว่า เธอเป็นครูฝึกบังคับรถถัง ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงระเบิดที่ต่างออกไป เธอจึงรู้ทันทีว่าปลอดภัยแล้ว เมื่อได้ยินเสียงรถถังของกองทัพอิสราเอล อัลเปอร์จึงตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้นไม่นาน ทหารอิสราเอลก็เข้ามาช่วยยกร่างอัลเปอร์ออกจากพุ่มไม้ เพราะเธอซ่อนตัวอยู่นานหลายชั่วโมง กระทั่งแขนขาแทบขยับไม่ได้
ครูฝึกบังคับรถถังเล่าว่า ระหว่างที่ทหารอิสราเอลยังนึกไม่ออกว่าจะช่วยเธออย่างไรต่อไปดี จังหวะนั้นเองก็มีรถกระบะคันหนึ่งแล่นผ่านมา บนรถคันนั้นเต็มไปด้วยผู้ชายพลเมืองชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล ซึ่งเป็นชาวเบดูอิน จากเมืองราฮัตที่กำลังลาดตระเวนในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตชาวอิสราเอล และช่วยพาอัลเปอร์ไปส่งที่สถานีตำรวจ ซึ่งพอไปถึงอัลเปอร์ก็หมดแรง ทรุดตัวลง ร้องไห้ในอ้อมกอดของพ่อที่ไปรออยู่

