เลขาฯยูเอ็นวอน เปิดทางส่งความช่วยเหลือมนุษยธรรมในกาซา พลัดถิ่นแล้วกว่า 3.38 แสน
นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาระบุว่า สิ่งของที่จำเป็น อาทิ อาหาร เชื้อเพลิง และน้ำ จะต้องได้รับอนุญาตให้สามารถเข้าถึงพลเรือนในฉนวนกาซา แม้ว่าอิสราเอลจะทำการโจมตีและปิดล้อมฉนวนกาซาก็ตาม
“ขณะนี้สิ่งที่เราต้องการคือช่องทางที่เปิดให้เข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างรวดเร็วและไร้อุปสรรค” กุแตเรซย้ำ
ผู้แทนยูเอ็นในตะวันออกกลางที่ประจำการอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ กำลังทำงานร่วมกับประเทศหุ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติรวมถึงรัฐบาลอียิปต์ ในการยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาส และป้องกันไม่ให้การสู้รบขยายวงกว้าง รวมถึงการเปิดเส้นทางความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมเพื่อส่งเชื้อเพลิง อาหาร และน้ำไปยังฉนวนกาซา หลังจากที่ถูกอิสราเอลปิดล้อมโดยสมบูรณ์
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็นกล่าวว่า เรากำลังดำเนินการเพื่อให้มีการเปิดจุดผ่านแดนด้านมนุษยธรรมที่เมืองราฟาห์ของอียิปต์ร่วมกับหลายฝ่าย เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็น โดยขณะนี้กำลังมีการเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกันสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น (OCHA) รายงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า มีผู้พลัดถิ่นที่ถูกบีบให้ต้องทิ้งบ้านเรือนของตัวเองภายในฉนวนกาซาแล้ว 338,000 คน และสภาพการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปทั่วทั้งฉนวนกาซา โดยตัวเลขผู้พลัดถิ่นในกาซาเพิ่มขึ้นกว่า 75,000 คนในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นที่เสียชีวิตในฉนวนกาซาตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีขึ้น เพิ่มขึ้นเป็น 11 รายแล้ว
เจนิเฟอร์ ออสติน รองผู้อำนวยการหน่วยงานผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ของยูเอ็น (UNRWA) ได้ยืนยันการเสียชีวิตของเพื่อนร่วมงาน โดยตั้งข้อสังเกตว่าในบรรดาผู้เสียชีวิตเป็นครูในโรงเรียน 5 ราย เป็นนรีแพทย์ วิศวกร และที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาอย่างละ 1 ราย และเจ้าหน้าที่สนับสนุนอีก 3 ราย โดยในจำนวนนี้บางคนถูกฆ่าตายภายในบ้านพร้อมกับครอบครัวของพวกเขา
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของปาเลสไตน์ระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสภาเสี้ยววงเดือนแดง 4 รายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา

