โลกรุมประณาม อิสราเอลสั่งอพยพคนฉนวนกาซาใน 24 ชม.
หลังอิสราเอลยื่นคำขาดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ให้ชาวกาซากว่า 1.1 ล้านคนอพยพภายในเวลา 24 ชั่วโมงลงไปทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งคาดว่าจะเป็นคำสั่งก่อนที่กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการบุกฉนวนกาซาภาคพื้นดิน คำประกาศดังกล่าวเรียกเสียงประณามจากประเทศและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก
สหรัฐอเมริกา
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ซึ่งแสดงท่าทีแข็งขันในการให้การสนับสนุนอิสราเอลหลายครั้งกล่าวว่า การจัดการกับวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญลำดับต้น
“เราไม่อาจมองข้ามความจริงที่ว่าชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่จำนวนมาก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีที่น่าตกใจของฮามาส หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับฮามาส แต่ผลที่ตามมาก็คือพวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานเช่นกัน” ไบเดนกล่าว
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวกล่าวว่าข้อเรียกร้องในการอพยพถือเป็น “คำสั่งที่ยากจะทำให้สำเร็จได้”
“มันเป็นเขตสู้รบอยู่แล้ว ดังนั้นผมไม่คิดว่าจะมีใครประเมินความท้าทายในการอพยพต่ำ” จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติบอกกับซีเอ็นเอ็น
นายแอนโทนี บลินเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่าเขากำลังทำงานร่วมกับอิสราเอล และเห็นว่า จำเป็นต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยบางแห่งเพื่อที่พลเรือนสามารถย้ายไปอยู่ได้ เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยจากปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยที่ชอบด้วยกฎหมายของอิสราเอล
สหประชาชาติ
อันโตนิโอ กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และย้ำว่า “แม้แต่สงครามก็ยังต้องมีกฎเกณฑ์” ก่อนการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
กุแตเรซกล่าวว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาได้เข้าสู่จุดต่ำสุดครั้งใหม่ที่เป็นอันตราย และเรียกร้องให้มีการเปิดโอกาสในการเข้าถึงด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาทันที เพื่อให้มีการส่งมอบเชื้อเพลิง อาหาร และน้ำให้กับทุกคนที่ต้องการ
เลขาธิการยูเอ็นกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ระบบสาธารณสุขของฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อมจวนเจียนที่จะล่มสลายลงแล้ว
ยูเอ็นบอกด้วยว่า การอพยพโยกย้ายประชากรในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และเรียกร้องให้อิสราเอลยกเลิกคำสั่งดังกล่าว แต่ก็ประกาศว่ายูเอ็นเองก็กำลังย้ายหน่วยงานสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์และเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติไปยังฉนวนกาซาตอนใต้เช่นเดียวกัน

กาชาดระหว่างประเทศ
คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศกล่าวว่า ผู้คนในฉนวนกาซาไม่มีที่ไหนปลอดภัยที่จะไป และมันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะรู้ว่าพื้นที่ใดจะถูกโจมตีครั้งต่อไป
เมื่อมีการปิดล้อมโดยทหาร องค์กรด้านมนุษยธรรมจะไม่สามารถให้การช่วยเหลือในการพลัดถิ่นครั้งใหญ่ของผู้คนในฉนวนกาซาได้
ตุรกี
ตุรกีประณามข้อเรียกร้องอพยพว่า เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ โดยกระทรวงต่างประเทศตุรกีออกแถลงการณ์ระบุว่า การบังคับประชาชน 2.5 ล้านคนในฉนวนกาซา ซึ่งต้องถูกโจมตีทางอากาศตามอำเภอใจเป็นเวลาหลายวัน และไม่มีไฟฟ้า น้ำ และอาหาร ให้อพยพย้ายถิ่นฐานในพื้นที่จำกัดอย่างยิ่ง ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง และเป็นเรื่องไร้มนุษยธรรม
องค์การอนามัยโลก
องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของยูเอ็นเรียกร้องให้อิสราเอลยกเลิกคำสั่งอพยพ
“การอพยพครั้งใหญ่อาจเป็นหายนะสำหรับผู้ป่วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และพลเรือนอื่นๆ ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือทำให้พวกเขาต้องติดอยู่กับท่ามกลางการเคลื่อนย้ายมวลชนครั้งใหญ่” คำแถลงระบุ
เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์บอกกับ WHO ว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่มีภาวะเปราะบางไปยังฉนวนกาซาตอนใต้
ทาริก จาซาเรวิช โฆษก WHO กล่าวในกรุงเจนีวาว่า โรงพยาบาลทางตอนใต้ของฉนวนกาซาท่วมท้นล้นไปด้วยคนไข้แล้ว และด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง พลเรือนไม่มีสถานที่ปลอดภัยหลงเหลือให้ไป

ทางการปาเลสไตน์
ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์เตือนถึง “นักบาครั้งที่ 2” ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์ที่ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 760,000 คนที่ต้องหนีหรือถูกไล่ออกจากบ้านเรือนของตนเองในช่วงสงครามปี 1948 ซึ่งเกิดขึ้นใกล้เคียงกับการกำเนิดของรัฐอิสราเอล
อับบาสกล่าวว่าเขาปฏิเสธการพลัดถิ่นของประชาชนของเราจากฉนวนกาซาโดยสิ้นเชิง เพราะมันจะเท่ากับนักบาครั้งที่ 2 สำหรับประชาชนปาเลสไตน์
สันนิบาตอาหรับ
สันนิบาตอาหรับซึ่งมสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ประณามการบังคับย้ายว่าถือเป็นอาชญากรรม
อาเหม็ด อาบูล กีต ผู้นำสันนิบาตอาหรับกล่าวหาอิสราเอลว่า ทำการแก้แค้นอย่างโหดร้าย ด้วยการลงโทษพลเรือนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในฉนวนกาซา แทนที่จะเป็นใช้ปฏิบัติการทางทหารที่วางแผนไว้หรือศึกษามาอย่างดี เพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มติดอาวุธฮามาสจากการโจมตีดินแดนอิสราเอล
อียิปต์
ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์ เรียกร้องให้ชาวกาซาน ซึ่งเป็นคำเรียกขานชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซายืนหยัดและคงอยู่บนดินแดนของตน
คำกล่าวของผู้นำอียิปต์มีขึ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ไคโรยอมให้พลเรือนที่ติดอยู่ในฉนวนกาซาเดินทางผ่านด่านราฟาห์ที่อยู่ติดกับอียิปต์ออกสู่โลกภายนอกได้อย่างปลอดภัย
ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า พวกเขากำลังเจรจากับอียิปต์เพื่อเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการหลบหนีออกจากฉนวนกาซา

เยอรมนี
ในการแถลงข่าวระหว่างการเยือนกรุงเยรูซาเลม อันนาเลนา แบร์บ็อก รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ประณามกลุ่มฮามาสที่จับประชากรทั้งหมดในฉนวนกาซาเป็นตัวประกัน พร้อมกับกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าอปิดล้อมตัวเองไว้ข้างหลังผู้บริสุทธิ์ และใช้พวกเขาเป็นเกราะกำบัง
รัสเซีย
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ในคีร์กิซสถาน ที่ถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกหลังสงครามยูเครน เปรียบเทียบการปิดล้อมฉนวนกาซาของอิสราเอลกับการปิดล้อมเลนินกราดของนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยระบุว่า สถานการณ์ต่างๆ กำลังเกิดขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ที่มาตรการทางทหารและไม่ใช่ทางทหารจะถูกนำมาใช้กับฉนวนกาซา เทียบได้กับการปิดล้อมเลนินกราดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
“เราเข้าใจดีถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ในความคิดของผม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ มีผู้คนมากกว่า 2 ล้านคนอาศัยอยู่ที่นั่น” ปูตินกล่าว
ซาอุดีอาระเบีย
ซาอุดีอาระเบียประณามการที่ชาวปาเลสไตน์ต้องอพยพออกจากฉนวนกาซา และการโจมตีพลเรือนที่ไม่อาจป้องกันตนเองได้ ถือเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดในการวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลนับตั้งแต่เกิดสงคราม
แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า ซาอุดีอาระเบียยืนยันจุดยืนที่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อการเรียกร้องซึ่งบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ต้องอพยพออกจากฉนวนกาซา และประณามการพุ่งเป้าไปที่พลเรือนที่ไม่อาจป้องกันตนเองได้ในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง
องค์การความร่วมมืออิสลาม
องค์การความร่วมมืออิสลามกล่าวหาอิสราเอลว่าพยายามบังคับขับไล่ชาวปาเลสไตน์ และพยายามผลักวิกฤตด้านมนุษยธรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

