ชาติอาหรับซัด อิสราเอลบังคับอพยพ ย้ำชาวปาเลสไตน์ต้องอยู่บนดินแดนตนเอง
กลุ่มเพื่อนบ้านชาติอาหรับ เรียกร้องให้เปิดระเบียงมนุษยธรรม หรือเปิดเส้นทางหลบหนีสำหรับชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซา โดยอียิปต์ ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีพรมแดนติดกับฉนวนกาซา และจอร์แดน ซึ่งอยู่ติดกับเขตเวสต์แบงก์ของชาวปาเลสไตน์ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล ต่างเตือนว่าชาวปาเลสไตน์กำลังถูกบังคับให้ออกจากดินแดนของตนเอง เสียงเตือนนี้สะท้อนให้เห็นว่าชาติอาหรับกลัวว่าสงครามล่าสุดระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในกาซา อาจทำให้เกิดการพลัดถิ่นอย่างถาวรจากดินแดนที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการสร้างรัฐชาติของตนเองในอนาคต
ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์ กล่าวว่า นี่คือสาเหตุของทุกสาเหตุของชาวอาหรับทั้งหมด เป็นสิ่งสำคัญที่ชาวปาเลสไตน์จะต้องคงอยู่อย่างแน่วแน่และปรากฏอยู่บนแผ่นดินของพวกเขา
ด้านหัวหน้ากลุ่มสันนิบาตอาหรับที่มีสมาชิก 22 ชาติ วิจารณ์คำสั่งอพยพชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอลว่า เป็นการบังคับย้ายถิ่น ซึ่งถือเป็นอาชญากรรม พร้อมร้องขอให้นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประณามความพยายามอันบ้าคลั่งของอิสราเอลในการเคลื่อนย้ายประชากร
ขณะที่นายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้จะเทียบได้เท่ากับ “นักบา” หรือ หายนะครั้งที่ 2 ของปาเลสไตน์ ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์ที่ชาวปาเลสไตน์ 760,000 คนที่หนี หรือถูกขับออกจากบ้านเรือนของตนเองในช่วงสงครามปี 1948 ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกำเนิดขึ้นของประเทศอิสราเอล
ขณะที่กษัตริย์อับดุลลาห์แห่งจอร์แดน ทรงเตือนต่อความพยายามใดๆ ที่จะบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ต้องพลัดถิ่นออกจากดินแดนปาเลสไตน์ทั้งหมด หรือทำให้เกิดการพลัดถิ่นฐานภายในของชาวปาเลสไตน์ โดยยังทรงเรียกร้องให้ป้องกันไม่ให้วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นแพร่กระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้านและทำให้ปัญหาผู้ลี้ภัยรุนแรงขึ้น

