
ประมวลภาพสะท้อน วิกฤตมนุษยธรรมในฉนวนกาซา!

อาคารโรงเรียนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขตข่านยูนิส ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กลายสภาพเป็นศูนย์พักพิงของชาวปาเลสไตน์ที่หนีภัยสงครามการสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาส หลังจากกองทัพอิสราเอลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งมีอยู่ราว 1.1 ล้านคน ให้อพยพออกไปและมุ่งหน้าลงไปทางใต้ของกาซาเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

บรรยากาศบริเวณลานโรงเรียน ที่ถูกแปลงเป็นศูนย์พักพิง เต็มไปด้วยชาวปาเลสไตน์ที่หนีภัยการสู้รบมารวมตัวกันอยู่ นั่งปรับทุกข์พูดคุยกันถึงชะตากรรมของตนเองที่ต้องเผชิญกับเหตุความรุนแรง




ชาวปาเลสไตน์พากันอพยพออกจากบ้านเรือนของตนทางกาซาตอนเหนือ มุ่งหน้าลงใต้ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง โดยมีทั้งใช้ยานพาหนะและเดินเท้าเป็นระยะทางไกล


ชาวปาเลสไตน์ยืนรอเข้าคิวกันยาวเหยียด เพื่อซื้อขนมปังประทังชีวิต ที่หน้าร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง ในข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม

ผู้อพยพหนีภัยสู้รบชาวปาเลสไตน์ ต่างนำแกลลอนมาต่อแถวรองน้ำไปเก็บไว้ใช้ ท่ามกลางการปิดล้อมฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอล ที่ตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดเชื้อเพลิง และทำให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ต้องเผชิญการขาดแคลนอาหาร

เด็กชายชาวปาเลสไตน์ ก้มลงจูบดิน หลังจากเขาได้รับการส่งตัวถึงโรงพยาบาลในข่านยูนิส เพื่อเข้ารักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ในขณะที่ยังมีเด็กๆ ในฉนวนกาซาอีกจำนวนมาก ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสู้รบโจมตีครั้งนี้ โดยกระทรวงสาธารณสุขของกาซาระบุว่า มีเด็กเสียชีวิตในฉนวนกาซาแล้วกว่า 700 ราย

ผู้หญิงชาวปาเลสไตน์ร่ำไห้ขณะร่วมงานฝังศพญาติพี่น้องของตนเอง


พื้นที่ส่วนหนึ่งในฉนวนกาซา ที่กลายเป็นเมืองแห่งซากปรักหักพัง หลังจากถูกกองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ
