ฝรั่งเศส เตือนภัยสูงสุด ตรึงทหาร 7 พันนาย หลังมือมีดก่อเหตุแทงครูดับ หวั่นโยงเหตุรุนแรงใน ตอ.กลาง
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ทางการฝรั่งเศสประกาศระดมกำลังทหารมากถึง 7,000 นาย คอยรักษาการณ์ หลังจากรัฐบาลประกาศยกระดับเตือนภัยขึ้นสู่ระดับสูงสุด หลังเกิดเหตุชายวัย 20 ปีเศษ ก่อเหตุแทงครูรายหนึ่งเสียชีวิตและไล่แทงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายให้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองอาร์ราส์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ (13 ต.ค.) ที่ผ่านมา
เหตุการณ์โจมตีแทงครูดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงเรียนที่ชายผู้ก่อเหตุได้เคยเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ด้วย ในเมืองอาร์ราส์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในเมืองเป็นชาวยิวและชาวมุสลิม ส่วนครูที่ถูกแทงเสียชีวิต คือนายโดมินิก แบร์นาร์ เป็นชาวฝรั่งเศส

ตำรวจได้จับกุมนายโมฮัมเหม็ด โมกูชคอฟ มือมีดไว้ได้ โดยเขาได้ตะโกนร้องเป็นภาษาอาหรับว่า อัลเลาะห์ อักบาร์ หรือพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ ในการก่อเหตุ เขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจฝรั่งเศสควบคุมตัวไว้ในวันเสาร์ (14 ต.ค.) นี้ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเหตุโจมตีครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับเหตุความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลางอยู่ในขณะนี้ที่มีการสู้รบกันอยู่ระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประณามว่าเป็น “การก่อการร้ายอิสลามิก”
ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงว่า การระดมกำลังทหาร 7,000 นาย รักษาการณ์ภายใต้ปฏิบัติการเซนติแนล ซึ่งจะดำเนินไปถึงเย็นวันจันทร์ (16 ต.ค.)
ด้านพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ในกรุงปารีส ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ได้ประกาศปิดทำการในวันเสาร์นี้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยโฆษกพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กล่าวว่า ได้รับข้อความที่ระบุว่ามีความเสี่ยงภัยต่อพิพิธภัณฑ์และนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ โดยทางพิพิธภัณฑ์ตัดสินใจอพยพและปิดการชมในวันนี้ ขณะที่กำลังดำเนินการตรวจสอบที่จำเป็นต่อไป

