UN ชี้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซากำลังล่มสลาย
นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ รองเลขาธิการสหประชาชาติด้านการประสานงานกิจการมนุษยธรรม ออกมาระบุว่า สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซากำลังล่มสลาย และกลายเป็นสิ่งที่ต้านทานไม่ไหวอย่างรวดเร็ว
กริฟฟิธส์กล่าวว่า ขณะนี้ฉนวนกาซาไม่มีทั้งไฟฟ้า น้ำ หรือเชื้อเพลิง ขณะที่ปริมาณอาหารก็ลดลงจนอยู่ในขั้นอันตราย หลายครอบครัวถูกทิ้งระเบิดขณะกำลังมุ่งหน้าลงไปทางใต้บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่งและได้รับความเสียหาย ตามคำสั่งอพยพของอิสราเอล แต่เขาหวั่นเกรงว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดนั้นยังมาไม่ถึง
ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ประณามคำสั่งของอิสราเอลอย่างรุนแรง ที่ให้อพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล 22 แห่ง ที่ให้การรักษาผู้ป่วยมากกว่า 2,000 คน ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา
WHO กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวทำให้ชีวิตของผู้ป่วยหนักที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยชีวิต เด็กแรกเกิดที่อยู่ในตู้อบ ไปจนถึงชีวิตอื่นๆ ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย

“การบังคับให้ผู้ป่วยมากกว่า 2,000 คน ย้ายไปอยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาเทียบเท่ากับคำสั่งประหารชีวิต” WHO ระบุ
WHO กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจำนวนมากเลือกที่จะยังคงอยู่ที่นี่ แทนที่จะเสี่ยงต่อการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ซึ่งเป็นทางเลือกที่แทบจะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้
นอกจากนี้ WHO ยังเตือนด้วยว่า พลเรือนจำนวนมากได้ใช้พื้นที่รอบโรงพยาบาลเป็นสถานที่หลบภัย และชีวิตของคนเหล่านี้ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกันเมื่อสถานพยาบาลถูกทิ้งระเบิด
WHO ได้เรียกร้องให้อิสราเอลยกเลิกคำสั่งอพยพไปยังโรงพยาบาลทางตอนเหนือของฉนวนกาซาทันที พร้อมกับร้องขอให้มีการคุ้มครองสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ป่วย ไปจนถึงพลเรือน

ขณะที่องค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า ขณะนี้ที่พักพิงของยูเอ็นทางตอนเหนือของฉนวนกาซาไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
UNRWA ระบุว่า ไม่ควรมีข้อยกเว้นใดๆ สำหรับสงครามครั้งนี้ในการคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงอาคารของยูเอ็นก็ควรได้รับการคุ้มครองภายใต้หลักการดังกล่าวเช่นเดียวกัน
UNRWA ระบุด้วยว่า แม้ทางการอิสราเอลจะออกคำสั่งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพลงไปยังพื้นที่ทางใต้ แต่ผู้คนจำนวนมากรวมถึงเด็ก สตรีมีครรภ์ คนชรา และผู้ทุพพลภาพไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้
“สงครามย่อมมีกฎเกณฑ์ พลเรือน โรงพยาบาล โรงเรียน และคลินิก รวมถึงสถานที่ของยูเอ็น ต้องไม่เป็นเป้าหมายในการโจมตี” UNRWA ย้ำ

