หน้าแรก ต่างประเทศ โลกช็อก! รุมป...

โลกช็อก! รุมประณามเหตุโจมตีโรงพยาบาลกาซา ย้ำต้องคุ้มครองพลเรือน

18.10.23 | 07:28 น.

โลกช็อก! รุมประณามเหตุโจมตีโรงพยาบาลกาซา ย้ำต้องคุ้มครองพลเรือน

เหตุระเบิดโรงพยาบาลในอัล-อะห์ลีของฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ถือเป็นเหตุการณ์นองเลือดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในฉนวนกาซา นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เรียกเสียงประณามจากทั่วโลก ขณะที่ทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างกล่าวโทษกันไปมา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ โพสต์บน X ว่า เขารู้สึกตกตะลึงอย่างมากกับการเสียชีวิตของผู้คนหลายร้อยคนจากการโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซา เพราะโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ต้องได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

นายเท็ดรอส อัดฮานอม กรีบีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุโจมตีดังกล่าว ซึ่งเขาระบุว่ามีรายงานเบื้องต้นว่ามีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคน พร้อมกับเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพลเรือนรวมถึงระบบสาธารณสุขทันที ขณะเดียวกันก็ขอให้มีการยกเลิกคำสั่งอพยพของอิสราเอล พร้อมติดแฮชแท็กว่า #NotATarget

ด้านคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ระบุว่า รู้สึกช็อกและขนลุกไปกับรายงานเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่โรงพยาบาลอัล-อะห์ลีในฉนวนกาซา

Advertisement

“โรงพยาบาลควรเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และที่หลบภัยเพื่อรักษาชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่สถานที่ที่เกิดการเสียชีวิตและการทำลายล้าง ผู้ป่วยไม่ควรถูกสังหารบนเตียงในโรงพยาบาล และแพทย์ไม่ควรเสียชีวิตขณะพยายามช่วยชีวิตผู้อื่น โรงพยาบาลจะต้องได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ” แถลงการณ์ของ ICRC ระบุ

ริชาร์ด ซีเวลล์ คณบดีวิทยาลัยเซนต์จอห์น หนึ่งในบุคคลสำคัญหนึ่งในบุคคลสำคัญของคริสตจักรในกรุงเยรูซาเลม โดยโบสถ์แองกลิกันเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนโรงพยาบาลที่ถูกระเบิด โพสต์บน X ว่า โรงพยาบาลในฉนวนกาซาได้รับการโจมตีโดยตรงจากขีปนาวุธของอิสราเอล

“การกระทำดังกล่าวถือเป็นการจงใจสังหารพลเรือนที่เปราะบาง ระเบิดจะต้องหยุดเดี๋ยวนี้ ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะชอบทำสำหรับเรื่องนี้” ซีเวลล์ระบุ

ซีเวลล์ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีในเวลาต่อมาว่า มันคือการแสดงอันสยองขวัญที่เผยตัวขึ้น ระเบิดรุนแรงครั้งใหญ่ในโรงพยาบาลในกาซาคือภัยพิบัติร้ายแรง ประชาคมระหว่างประเทศจำเป็นต้องเรียนรู้บทเรียนเหล่านี้ และมองเห็นอย่างแท้จริงถึงธรรมชาติของภัยพิบัติดังกล่าว

ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ เรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นการสังหารหมู่ในสงครามที่น่าสยดสยอง และว่าอิสราเอลได้ล้ำเส้นทั้งหมดที่มีอยู่ พร้อมประกาศไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วันให้กับเหตุสลดใจครั้งนี้

เหตุระเบิดดังกล่าวยังเรียกเสียงประณามจากโลกอาหรับ โดยประธานาธิบดีอียิปต์ออกมาประณามการโจมตีทิ้งระเบิดของอิสราเอลอย่างรุนแรงที่สุด และเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาเหตุระเบิดดังกล่าวว่า เป็นผลจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ซึ่งทำให้ผู้ที่ไม่มีอาวุธและไม่มีที่พึ่งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ประธานาธิบดีซีเรียเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นการสังหารหมู่ที่โหดร้ายและนองเลือดที่สุดต่อมนุษยชาติ เช่นเดียวกับซาอุดีอาระเบียที่ระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นอาชญากรรมอันชั่วร้าย ขณะที่กษัตริย์อับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอาชญากรรมสงคราม

ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และรัสเซียได้เรียกร้องให้มีการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ตามเวลาในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเกิดการประท้วงหน้าสถานทูตอิสราเอลในตุรกีและจอร์แดน รวมถึงการประท้วงใกล้กับสถานทูตสหรัฐในเลบานอน ซึ่งกองกำลังฝ่ายความมั่นคงได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วง

กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอนประณามการโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซาของอิสราเอลอย่างร้ายแรง โดยเรียกมันว่าเป็นวันแห่งความโกรธแค้นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่ออิสราเอลและต่อการเยือนอิสราเอลของประธานาธิบดี โจ ไบเดนของสหรัฐ

ด้านประธานาธิบดีไบเดนที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าตรงมายังอิสราเอลกล่าวว่า เขารู้สึกตกตะลึงและเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุระเบิดดังกล่าว รวมถึงการสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้นตามมา โดยย้ำว่าสหรัฐยืนหยัดชัดเจนในการปกป้องชีวิตพลเรือนท่ามกลางความขัดแย้ง และขอไว้อาลัยให้กับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริสุทธิ์อื่นๆ ที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากโศกนาฏกรรมครั้ง พร้อมกับสั่งการให้ทีมงานฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐรวบรวมข้อมูลรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประณามการโจมตีโรงพยาบาลซึ่งทำให้ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากตกเป็นเหยื่อ พร้อมกับส่งกำลังใจให้กับพวกเขา พร้อมบอกด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องได้รับความกระจ่าง ขณะเดียวกันต้องมีการเปิดการเข้าถึงฉนวนกาซาเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมอีกครั้งโดยไม่ล่าช้า