หน้าแรก ต่างประเทศ บัวแก้วเปิดแผ...

บัวแก้วเปิดแผนนำแรงงานไทยกลับปท. พักคอยดูไบก่อนบินกลับ แย้มตัวประกันไทยยังปลอดภัย

18.10.23 | 17:28 น.

บัวแก้วเปิดแผนนำแรงงานไทยกลับปท. พักคอยดูไบก่อนบินกลับ แย้มตัวประกันไทยยังปลอดภัย

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 15.00 น. นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวแจ้งความคืบหน้าในเรื่องสถานการณ์ในประเทศอิสราเอล การอพยพคนไทยกลับประเทศ และความคืบหน้าในการช่วยเหลือตัวประกัน

นางกาญจนาเผยว่าขณะนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตของชาวไทยในอิสราเอลเพิ่มขึ้น 1 รายเป็น 30 ราย จำนวนผู้บาดเจ็บยังอยู่ที่ 16 ราย และจำนวนผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังอยู่ที่ 17 รายเท่ากับเมื่อวานนี้ (17 ต.ค.) ตอนนี้มีผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยจำนวน 8,160 คน ไม่ประสงค์เดินทางกลับ 110 คน นับจนถึงตอนนี้มีเที่ยวบินที่รับคนไทยจากอิสราเอลกลับประเทศแล้วจำนวน 7 เที่ยวบิน และมีชาวไทยที่เดินทางกลับประเทศผ่านการช่วยเหลือจากทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟแล้วทั้งสิ้น 926 คน และมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางกลับมาเอง หลายคนอาจสังเกตว่าจำนวนคนที่ลงทะเบียนเดินทางกลับและจำนวนคนที่เดินทางกลับมาจริงๆ นั้นไม่ตรงกัน เรื่องนี้ก็เกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ เปลี่ยนใจไม่เดินทางกลับแล้ว หรือไม่สามารถเดินทางมาที่สนามบินได้ในวันดังกล่าว แต่ขอให้วางใจว่าสถานเอกอัครราชทูตจะติดตามผู้ที่ลงทะเบียนเดินทางกลับทุกรายเพื่อให้ทุกคนที่แสดงความประสงค์ที่จะเดินทางกลับสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (18 ต.ค.) เครื่องบินของกองทัพอากาศได้ออกเดินทางไปยังกรุงเทลอาวีฟพร้อมกับสิ่งของ อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคที่ได้รับความอนุเคราะห์จากภาคเอกชน โดยเที่ยวบินดังกล่าวจะรับคนไทยจำนวน 145 คนออกจากอิสราเอลในเวลา 22.00 น. ของวันนี้ และจะถึงไทยในเวลา 13.40 น. ของวันพรุ่งนี้ (19 ต.ค.) และจะมีชาวไทยจำนวน 80 คนที่เดินทางด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์จะมาถึงกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้เช่นกัน นอกจากนั้นแล้ว สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟได้จัดเตรียมศูนย์พักพิงให้กับคนไทยซึ่งเมื่อวานนี้ มีจำนวนผู้เข้าพักที่ศูนย์พักพิงทั้งสิ้น 593 คน โดยจำนวนเหล่านี้คือผู้ที่พร้อมเดินทางกลับ หรือผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับแต่มีความประสงค์ที่จะกลับประเทศก็สามารถมาที่ศูนย์พักพิงได้ ก็จะมีการดำเนินการเรื่องรายละเอียดต่างๆ ในภายหลังได้ อาทิ การทำเอกสารเดินทาง

นางกาญจนายังเผยอีกว่า ตอนนี้ทางการไทยพยายามจัดเที่ยวบินไปรับแรงงานไทยทุกวัน ดังที่เคยพูดไว้คือตั้งเป้าไว้วันละ 400 คน และตอนนี้มีแผนที่จะลำเลียงแรงงานไทยไปพักคอยในประเทศที่สาม ซึ่งจุดที่มีการกำหนดแล้วคือนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะทางการไทยจะเช่าเหมาลำเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สามารถรับแรงงานไทยไปพักคอยที่นครดูไบได้วันละกว่า 600 คน จากนั้นจะมีเครื่องบินจากไทยไปรับที่ดูไบเพื่อเดินทางกลับประเทศ โดยตอนนี้ได้มีการประสานไปยังสายการบินจำนวนมาก อาทิ การบินไทย นกแอร์ แอร์เอเชีย และไลออนแอร์ แผนดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมเป็นต้นไป

Advertisement

ส่วนคนที่เดินทางไปพักคอยที่ดูไบแต่ยังไม่สามารถขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย นางกาญจนาระบุว่าจะมีการจัดโรงแรมให้รอขึ้นเครื่อง ซึ่งในส่วนนี้ก็จะต้องมีการขอวีซ่าด้วยแต่ทางสถานกงสุลใหญ่และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ก็ได้ประสานงานในเรื่องนี้แล้ว โดยตารางที่วางเอาไว้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนจะมีเที่ยวบินจากไทยไปรับแรงงานไทยที่นครดูไบวันละประมาณ 2-3 เที่ยวบิน แต่ก่อนหน้านั้นก็จะมีการเดินทางกลับประเทศไทยอยู่เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินของกองทัพอากาศและเครื่องบินพาณิชย์ ก็ต้องขอขอบคุณสายการบินต่างๆที่เข้ามาร่วมปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ด้วย และคิดว่าตารางเที่ยวบินที่ได้จัดเตรียมไว้จะสามารถนำชาวไทยกลับประเทศได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายน

นางกาญจนายังได้เน้นย้ำถึงสาเหตุที่ทำไมเครื่องบินที่ไปรับแรงงานไทยที่อิสราเอลจะต้องบินอ้อม เพราะคิดว่ายอมเสียเวลาบินอ้อมเพิ่มขึ้น 3-4 ชั่วโมงดีกว่าการไปรอขออนุญาตประเทศที่ตามปกติแล้วจะไม่อนุญาตให้ใช้น่านฟ้าเพื่อบินเข้าไปยังประเทศอิสราเอล สถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการโจมตีใส่โรงพยาบาลในฉนวนกาซาจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อคืนนี้ ทำให้มีการประท้วงในประเทศต่างๆจำนวนมาก จึงอยากเตือนคนไทยที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศให้ระมัดระวังตัวและขอให้ติดตามประกาศเตือนระดับความปลอดภัยของทางการท้องถิ่น และขอให้มีเบอร์สายด่วนของสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลในประเทศที่เดินทางไปด้วย

ส่วนในเรื่องการช่วยเหลือตัวประกัน นางกาญจนาได้เน้นย้ำว่าทุกฝ่ายได้มีการหารือในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐบาล รัฐมนตรี หรือสถานทูต เพื่อเรียกร้องและทำให้แน่ใจว่าตัวประกันของเรายังปลอดภัยและขอให้มีการปล่อยตัวพลเมืองผู้บริสุทธิ์ ข้อมูลเช่นนี้เป็นข้อมูลละเอียดอ่อนจึงไม่มีการเปิดเผยมากนัก แต่ก็ขอให้วางใจว่าทุกคนพยายามดำเนินการอย่างดีที่สุดให้คนไทยกลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัวอีกครั้ง และดังที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่ามีสัญญาณบวกมาบ้าง ก็ได้ยินมาว่าตัวประกันไทยยังปลอดภัย และยังไม่มีการสังหารตัวประกันเพื่อต่อรองแต่อย่างใด ก็ขอให้ติดตามรายงานต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่ามีคนไทยยังตกค้างอยู่ในฉนวนกาซาหรือไม่ นางกาญจนากล่าวว่าคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ได้อพยพออกมาจากฉนวนกาซาแล้ว แต่อาจยังมีผู้ที่ติดค้างอยู่ในฉนวนกาซา ซึ่งทางเราก็กำลังติดตามในทุกช่องทาง และทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัททรู เอไอเอส และดีเทค ที่ช่วยส่งข้อความไปยังชาวไทยที่ใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศอิสราเอล และหากสื่อมวลชนมีช่องทางการติดต่อกับแรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอลก็สามารถส่งมาให้กับกระทรวงการต่างประเทศได้