หน้าแรก ต่างประเทศ มะกันวีโต้มติ...

มะกันวีโต้มติ UN ให้ยุติความรุนแรงในกาซา ย้ำต้องเคารพสิทธิอิสราเอลป้องกันตนเอง

19.10.23 | 06:46 น.

มะกันวีโต้มติ UN ให้ยุติความรุนแรงในกาซา ย้ำต้องเคารพสิทธิอิสราเอลป้องกันตนเอง

สหรัฐอเมริกาใช้สิทธิในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) วีโต้ข้อมติประณามความรุนแรงต่อพลเรือนในสงครามอิสราเอล-ฮามาส พร้อมกับเรียกร้องให้มีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ในการประชุม UNSC เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ตามเวลาในนครนิวยอร์ก

ข้อมติดังกล่าวได้ประณามความรุนแรงในทุกรูปแบบและการมุ่งร้ายต่อพลเรือน รวมถึงการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายทั้งหมด ทั้งยังปฏิเสธและประณามการโจมตีอันเลวร้ายของกลุ่มก่อการร้ายฮามาส รวมถึงการจับตัวประกัน นอกจากนี้ยังร้องขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีของตนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

ลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวว่า คณะมนตรี จำเป็นต้องเปิดทางให้กับความพยายามทางการทูตในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้เปิดเผยและค้นหาข้อเท็จจริงที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ก่อน ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ว่าข้อมติดังกล่าวล้มเหลวในการเน้นย้ำสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอลอีกด้วย

โทมัส-กรีนฟิลด์กล่าวว่า ไบเดนกำลังอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวเพื่อดำเนินการในการมีส่วนร่วมทางการทูต โดยหวังว่าจะปกป้องพลเรือน ปล่อยตัวประกัน และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งแพร่กระจาย ซึ่งเราจำเป็นต้องปล่อยให้การดำเนินการทางการทูตนั้นเสร็จสิ้นเสียก่อน

Advertisement

“UNSC ต้องออกมาพูดในเรื่องนี้ แต่ควรต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และสนับสนุนความพยายามทางการทูตโดยตรงที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้ คณะมนตรีจะต้องทำมันให้ถูกต้อง” โทมัส-กรีนฟิลด์กล่าว

ผู้แทนถาวรสหรัฐประจำยูเอ็นยังวิพากษ์วิจารณ์ข้อมตินี้ที่ไม่ได้ระบุอะไรเกี่ยวกับสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง หลังเหตุโจมตีของฮามาส เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 รายอิสราเอล ว่าทำให้สหรัฐรู้สึกผิดหวัง

ขณะที่บาบารา วู้ดเวิร์ด เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหราชอาณาจักรประจำยูเอ็น ก็แสดงจุดยืนเช่นเดียวกับสหรัฐในการวิพากษ์วิจารณ์ว่าข้อมติของบราซิลว่า ล้มเหลวที่จะกล่าวถึงสิทธิในการป้องกันของอิสราเอลด้วย

ข้อมติดังกล่าวซึ่งนำเสนอโดยบราซิลได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุมอย่างกว้างขวาง โดยมีการประณามความรุนแรงทุกอย่างต่อพลเรือน รวมถึงการโจมตีอันโหดเหี้ยมชั่วร้ายของผู้ก่อการร้ายฮามาสต่ออิสราเอล ได้รับเสียงเห็นชอบจากที่ประชุม UNSC 12 จาก 15 เสียง โดยนอกจากสหรัฐที่ใช้สิทธิวีโต้ข้อมติซึ่งทำให้ข้อมตินี้ตกไปแล้ว รัสเซียและสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นสมาชิกถาวรเช่นกันงดออกเสียง

กิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำยูเอ็นได้ขอบคุณสหรัฐที่ใช้สิทธิวีโต้ข้อมติที่แย่มากๆ นี้ พร้อมระบุว่า สหรัฐยังคงยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอลในยามที่จำเป็นเสมอ

ด้านริยาด มันซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์เตือนว่า การสังหารชาวปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นก็ไม่อาจทำให้อิสราเอลปลอดภัยยิ่งขึ้นแต่อย่างใด

ส่วนฮิวแมนไรท์วอทช์ออกมาประณามการยับยั้งข้อมติของสหรัฐผ่านโพสต์บน X ว่า UNSC ไม่สามารถที่จะดำเนินใดๆ กับอิสราเอลและปาเลสไตน์ได้ในช่วงเวลาแห่งการสังหารหมู่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้

ด้านกระทรวงการต่างประเทศบราซิลซึ่งดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของ UNSC ในเดือนนี้ออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกเสียใจที่ถูกสกัดกั้นข้อมติ บราซิลเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ประชาคมระหว่างประเทศต้องทำให้เกิดการหยุดยิงและหรือฟื้นกระบวนการสันติภาพขึ้น