เพนตากอนเผย จีนมีหัวรบนิวเคลียร์ ในคลังแสงกว่า 500 หัวรบ ตั้งเป้าขยายเพิ่ม 1,000 หัวรบ
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า รายงานประจำปีของเพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมระบุว่า จีน ชาติมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐ ได้ขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปีที่ผ่านมาและขณะนี้จีนมีหัวรบนิวเคลียร์ปฏิบัติการอยู่ในครอบครองราว 500 หัวรบ ที่มากไปกว่านั้นเพนตากอนระบุว่า จีนยังมุ่งหวังที่จะเพิ่มหัวรบนิวเคลียร์ในคลังแสงของตนเองเป็นมากกว่า 1,000 หัวรบภายในปี 2573
รายงานของเพนตากอนระบุอีกว่า การสะสมหัวรบนิวเคลียร์ของจีนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ แต่คลังนิวเคลียร์ของจีนนั้นยังถือว่ามีน้อยกว่าของรัสเซียและสหรัฐอเมริกา ซึ่งจากข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสต็อกโฮล์ม องค์กรอิสระในประเทศสวีเดน ชี้ว่า รัสเซีย เป็นชาติที่ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์มากที่สุด ที่ราว 5,889 หัวรบ ส่วนสหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ในครอบครองราว 5,244 หัวรบ
ขณะที่ข้อมูลของเพนตากอนในปี 2564 ระบุว่า จีนมีหัวรบนิวเคลียร์ในคลังแสงราว 400 หัวรบ
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐรายหนึ่ง กล่าวถึงรายงานฉบับนี้ว่า เราไม่ได้พยายามชี้แนะไปจากสิ่งที่พวกเขา(จีน)มุ่งหน้าไปสู่ แต่เรากำลังเสนอแนะว่าพวกเขากำลังอยู่ในเส้นทางที่จะมุ่งไปสู่สิ่งที่มากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งประเด็นนี้ทำให้เกิดข้อกังวลอย่างมากสำหรับสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประกาศว่าจีนจะส่ง “กองทัพระดับเวิลด์คลาส” ออกไปภายในปี 2592 โดยนับตั้งแต่ที่เขาก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2555 ก็ได้พยายามปรับปรุงกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(พีแอลเอ)ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ในรายงานนี้ของเพนตากอนระบุว่า แรงผลักในปัจจุบันของจีนในการขยายคลังแสงนิวเคลียร์ได้ถูกำหนดให้ลดความพยายามครั้งก่อนลงทั้งในด้านขนาดและความซับซ้อน
เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุด้วยว่า จีนยังอาจสร้างฐานปล่อยขีปนาวุธ 3 แห่งใหม่แล้วเสร็จในปี 2565 รวมถึงไซโลเก็บขีปนาวุธข้ามทวีป(ไอซีบีเอ็ม)ใหม่อย่างน้อย 300 แห่ง โดยขีปนาวุธไอซีบีเอ็มมีพิสัยทำการมากกว่า 5,500 กม. ซึ่งกองกำลังจรวดของกองทัพจีนพยายามที่จะพัฒนาขึ้นมา ซึ่งจะทำให้จีนสามารถก่อการคุกคามโจมตีต่อเป้าหมายในสหรัฐ ฮาวาย และ อแลสกาได้
กระนั้นการวิเคราะห์ในรายงานดังกล่าวระบุว่า แม้คลังนิวเคลียร์ของจีนจะขยายเพิ่มขึ้น แต่จีนยังคงยึดมั่นในนโยบาย “ไม่โจมตีก่อน” และ “ตอบโต้เมื่อการป้องปรามล้มเหลว”
อย่างไรก็ดี นายเฮนรี บอยด์ นักวิจัยอาวุโสแห่งสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศเฮนรี บอยด์ กล่าวให้ความเห็นว่า อัตราการสะสมหัวรบนิวเคลียร์ของจีนตามรายงานนั้นไม่ได้ดูผิดปกติมากนัก และเขายังยอมรับว่าจีนดำเนินการได้เร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อยที่จะมุ่งสู่เป้าหมายที่ 1,000 หัวรบ

