‘หวัง อี้’ เยือนสหรัฐสัปดาห์นี้ จับตาเตรียมการหารือ ‘สี-ไบเดน’ ระหว่างประชุมผู้นำเอเปค
เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ กล่าวว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จะเดินทางเยือนสหรัฐปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสหรัฐหวังว่าจีนจะสามารถมีบทบาทในการลดความตึงเครียดดังกล่าวได้
นายหวัง อี้ จะเยือนกรุงวอชิงตันระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคมนี้ เพื่อหารือกับนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีไบเดน แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะยืนยันว่า หวัง อี้ จะได้พบกับไบเดนด้วยหรือไม่
การเยือนของหวัง อี้ เป็นการพบปะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนและสหรัฐ ก่อนหน้าการพบปะกันที่เป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีไบเดน ระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่สหรัฐจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโกในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ยังเป็นการเยือนสหรัฐของเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายจีน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐหลายคน ซึ่งรวมถึงบลิงเกนเดินทางเยือนจีนมาแล้ว
ฝ่ายสหรัฐระบุว่า สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือทำให้แน่ใจว่าการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงความไม่เห็นพ้องในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่เรื่องการค้าไปจนถึงไต้หวัน จะไม่บานปลายกลายเป็นความขัดแย้ง
“เรายังคงเชื่อว่าการทูตแบบเจอหน้ากันโดยตรงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหยิบยกประเด็นที่เป็นความท้าทายขึ้นมาพูดคุยกัน จัดการกับความเข้าใจผิดและการสื่อสารที่ทำให้เกิดความผิดพลาด รวมถึงหาทางที่จะทำงานร่วมกับจีนเพื่อให้ผลประโยชน์ของเราทั้งสองฝ่ายมาบรรจบกันได้” เจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุ
นอกจากนี้สหรัฐยังให้ความสำคัญกับอิทธิพลของจีนต่ออิหร่าน โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บลิงเกนกล่าวระหว่างที่เขาเดินทางเยือนหลายประเทศในตะวันออกกลางว่า เขาได้โทรศัพท์หารือกับนายหวัง อี้ เพื่อขอให้ปักกิ่งใช้อิทธิพลที่มีอยู่ในภูมิภาค เพื่อให้แน่ใจว่าความขัดแย้งจะไม่ขยายวงกว้างออกไป
จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นพร้อมกับขอให้มีการหยุดยิงในสงครามอิสราเอล-ฮามาส และหันไปใช้การเจรจาทางการทูตเพื่อหาทางออก รวมถึงเน้นการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งยังเพิ่มการวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอล
เจ้าหน้าที่สหรัฐบอกด้วยว่า ประเด็นข้อพิพาทเรื่องเขตแดนในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกก็เป็นวาระการประชุมด้วยเช่นกัน โดยสหรัฐกังวลอย่างยิ่งต่อการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงและเป็นอันตรายของจีนในทะเลจีนใต้
เจ้าหน้าที่สหรัฐยังบอกอีกว่า การฟื้นความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐกับจีนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายสหรัฐให้ความสำคัญในอันดับต้น ซึ่งหมายถึงการมีช่องทางในการสื่อสารที่ใช้งานได้อย่างยั่งยืน และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับตัวผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมของจีนก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างกันแต่อย่างใด

