UN ย้ำ อิสราเอลบังคับชาวกาซาย้ายถิ่นฐาน ชี้ 3 สัปดาห์เด็กดับ 3.2 พัน มากกว่ายอดเสียชีวิตทั่วโลกทั้งปี
นายฟิลิปเป้ ลาซซารินี หัวหน้าองค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) กล่าวต่อที่ประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า โศกนาฏกรรมของมนุษย์ที่กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซานั้นเป็นเรื่องเกินทน และไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัยในฉนวนกาซา
ลาซซารินีกล่าวหาการโจมตี คำสั่งอพยพ และการปิดล้อมของอิสราเอลว่า เป็นการบังคับให้มีการย้ายถิ่นฐาน และเป็นการลงโทษแบบเหมารวมต่อผู้คนในกาซา โดยมีเด็ก 3,200 คนในฉนวนกาซาที่ถูกสังหารภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ซึ่งมากกว่าจำนวนเด็กที่ถูกสังหารทุกปีในเขตที่มีความขัดแย้งทั้งหมดในโลกนับตั้งแต่ปี 2019
ลาซซารินีกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ของ UNRWA เสียชีวิตไปแล้ว 64 คน ในจำนวนนี้ 1 คนเพิ่งเสียชีวิตก่อนหน้าที่เขาจะขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมเพียง 2 ชั่วโมง โดยเสียชีวิตพร้อมกับภริยาและลูกอีก 8 คนของพวกเขา
“ขณะนี้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาทั้งหมดรู้สึกว่าโลกกำลังทำเสมือนว่าพวกเขาทั้งหมดคือฮามาส ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย เพราะนั่นคือการลดทอนความเป็นมนุษย์ของพวกเขาทั้งหมด” ลาซซารินีกล่าว
ลาซซารินียังบอกด้วยว่า ความโหดร้ายของฮามาสไม่ทำให้อิสราเอลพ้นจากพันธกรณีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศแต่อย่างใด พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกของที่ประชุมเปลี่ยนวิถีของวิกฤต
“อนาคตของชาวปาเลสไตน์และอิสราเอลทั้งในปัจจุบันและอนาคตขึ้นอยู่กับการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมในทันที” ลาซซารินีกล่าว และยังเรียกร้องให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนด้วย
ด้านเจสัน ลี จากองค์กรการกุศล Save the Children ระบุว่า ในฉนวนกาซาขณะนี้ มีเด็ก 1 คนที่ถูกสังหารในทุกๆ 10 นาที และจากพลเรือน 20,000 คนที่ได้รับบาดเจ็บ 1 ใน 3 เป็นเด็ก
ลียังบอกด้วยว่า โรคติดต่อก็กำลังเพิ่มสูงขึ้นจากสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดยัดเยียดและขาดสุขอนามัย ซึ่งทำให้หวั่นเกรงว่าอาจเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ขณะที่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เข้ามาในฉนวนกาซาก็เปรียบได้เพียงหยดน้ำที่ตกลงในมหาสมุทรเท่านั้น

