3 บิ๊กตะวันตก เปิดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ มุ่งตัดท่อน้ำเลี้ยง-อาวุธ หนุน รบ.ทหารเมียนมา ปราบปรามผู้เห็นต่าง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร ร่วมกันประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ที่พุ่งเป้าแหล่งที่มาของการสนับสนุนระบอบปกครองทหารเมียนมา โดยต่อยอดจากมาตรการคว่ำบาตรก่อนหน้านี้และมุ่งเป้าไปที่ความสามารถในการจัดหาอาวุธของกองทัพเมียนมา
แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังระบุเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า ระบอบปกครองทหารเมียนมาได้ทำร้ายพลเรือนหลายครั้งด้วยการโจมตีทางอากาศ ปราบปรามนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ทำลายบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารขึ้นในประเทศเมียนมา การคว่ำบาตรล่าสุดนี้มุ่งเป้าไปที่บริษัทและบุคคล รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ส่งเสริมให้เกิดความรุนแรง ซึ่งหนึ่งในบริษัทสำคัญที่ถูกคว่ำบาตรคือ บริษัท เมียนมา ออยล์ แอนด์ แก๊ส เอ็นเทอร์ไพรส์ (โมโอจีอี) บริษัทพลังงานของรัฐบาลเมียนมา ที่สหรัฐชี้ว่ายังคงเป็นแหล่งรายได้จากต่างประเทศแหล่งเดียวที่ใหญ่ที่สุดของระบอบปกครองทหาร ที่ทำเงินให้ได้ในแต่ละปีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ
“เราขอให้ทุกประเทศดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมต่อไปเพื่อที่จะหยุดการหลั่งไหลของอาวุธ เชื้อเพลิงการบินและรายได้สู่ระบอบปกครองทหาร” นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวในถ้อยแถลง
กระทรวงการคลังสหรัฐยังระบุถึงบุคคล 5 ราย และ 3 หน่วยงาน ที่ช่วยเหลือระบอบทหารเมียนมานำเข้าอาวุธและสินค้าอื่นๆ โดยนายไบรอัน เนลสัน ปลัดกระทรวงการคลังกำกับดูแลด้านข่าวกรองก่อการร้ายและการเงิน กล่าวว่า “การดำเนินการวันนี้ เป็นการประสานความร่วมมือกับแคนาดาและสหราชอาณาจักร ในการร่วมกันกดดันกองทัพเมียนมาและปฏิเสธระบอบปกครองดังกล่าวในการเข้าถึงอาวุธและสิ่งจำเป็นในการก่อความรุนแรง”
ด้านสหราชอาณาจักรแถลงการณ์แยก ประกาศคว่ำบาตรบุคคล 5 ราย และบริษัท 1 แห่งที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการเงินหรือจัดหาสินค้าต้องห้ามให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา
ขณะที่แคนาดาเพิ่มเติมว่า จากการดำเนินการล่าสุด ขณะนี้แคนาดาได้มุ่งเป้าคว่ำบาตรบุคคล 95 ราย และหน่วยงาน 63 แห่ง

