ผู้ลี้ภัยอัฟกัน 1.7 ล้านคน มืดแปดด้าน ปากีสถานเร่งเนรเทศพ้นประเทศ ขีดเส้นตาย 1 พ.ย.
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันกว่า 20,000 คน รวมตัวกันอยู่ที่ชายแดนปากีสถาน ขณะเส้นตายที่รัฐบาลปากีสถานกำหนดให้ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย ให้ออกจากประเทศไปโดยสมัครใจภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน ไม่เช่นนั้นจะถูกจับกุมและบังคับเนรเทศออกไป โดยทางการปากีสถานชี้ว่า นโยบายนี้มีขึ้นก็เพื่อปกป้องสวัสดิภาพความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศปากีสถานเอง
ทางการปากีสถานประกาศด้วยว่า จะเปิดศูนย์ขึ้นทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อใช้เป็นที่ควบคุมตัวผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันที่ไร้เอกสารพำนักอย่างถูกกฎหมาย เป็นเวลา 1-2 วัน ในระหว่างกระบวนการผลักดันออกนอกประเทศ

“หากใครปฏิเสธที่เดินทางออกไป จะถูกจับกุมและเนรเทศออกไป การดำเนินการนี้จะมีต่อผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันผิดกฎหมาย” โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นในจังหวัดปักตุนควากล่าว
ขณะที่นายมุลเลาะห์ ยาคูบ รัฐมนตรีกลาโหมของรัฐบาลทาลิบัน ผู้ปกครองอัฟกานิสถานในขณะนี้ กล่าวโจมตีการเนรเทศชาวอัฟกันของรัฐบาลปากีสถานว่า “โหดร้ายและป่าเถื่อน”
ทั้งนี้ มีผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันผิดกฎหมายกว่า 100,000 คน ที่เดินทางออกจากปากีสถานไปแล้วในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลปากีสถานระบุว่า มีผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันที่อยู่ในปากีสถานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 1.7 ล้านคน โดยมากกว่า 80% ในจำนวน 1 แสนคนที่ออกจากปากีสถานไปแล้ว ได้เดินทางออกไปทางด่านทอร์คาม ในจังหวัดปักตุนควา พื้นที่ที่มีผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่
นโยบายผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันออกไปของทางการปากีสถานได้รับความสนับสนุนจากประชาชนที่มองว่าผู้ลี้ภัยเป็นภาระต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุโจมตีในปากีสถานมากขึ้นซึ่งรัฐบาลชี้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่มาจากอัฟกานิสถาน

