เจเรมี เรนเนอร์ เผยชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร หลังผ่านเหตุการณ์เฉียดตาย
ผ่านมาเกือบปีแล้วที่ ‘เจเรมี เรนเนอร์’ นักแสดงดังวัย 52 ผ่านเหตุการณ์เฉียดตาย เมื่อถูกรถตักหิมะไหลมาทับร่างจนกระดูกหักหลายชิ้น รวมถึงกระดูกซี่โครง 8 ซี่ หลังจากเรนเนอร์พยายามจะหยุดรถตักหิมะที่กำลังไหลจะมาชนหลานชาย ระหว่างครอบครัวพักผ่อนช่วงปีใหม่กันที่บ้านในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
นักแสดงดังชาวอเมริกันจากอเวนเจอร์ส ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นถึงการทำกายภาพอย่างหนักหน่วง การฟื้นตัวจากอุบัติเหตุรุนแรงครั้งนั้น และมันทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในช่วงเกือบปีที่ผ่านมา
“ผมรู้สึกซาบซึ้งและโชคดีมากๆที่ยังสามารถยืนตัวตรง เดินได้และยังใช้ชีวิตได้ ผมรู้สึกกระจ่าง ชัดเจนมากว่าชีวิตของผมตอนนี้มันผอมลีนเรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินอยู่ในชีวิตผมอีกแล้ว ผมไม่มีเวลาให้กับสิ่งไร้สาระ ไร้ประโยชน์ ตอนนี้มันมีแต่สิ่งที่สวยงามจริงๆ และเป็นพลังยิ่งใหญ่”

นักแสดงเจ้าบทบาท เจ้าของผลงานดังๆมากมายอาทิ The Hurt Locker ,The Bourne Legacy,ฯลฯ บอกรู้สึกเลยว่าเห็นคุณค่าเวลาในชีวิตมากขึ้น และเลือกจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปกับสิ่งที่เขาให้คุณค่า หนึ่งในนั้นคือการเลือกเดินทางไปที่เมืองชาร์ลส์ตัน ที่เซาท์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ที่เขาเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทสวีต กราส วอดกา ( Sweet Grass Vodka )ในชุมชนท้องถิ่น ที่เขาร่วมงานด้วยตั้งแต่ก่อนประสบอุบัติเหตุปางตาย
“ผมเห็นภาพชัดเจนว่าผมต้องการจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไร และใครที่ผมอยากจะใช้ชีวิตด้วย สำหรับที่สวีต กราส วอดกา นี่เปรียบเหมือนครอบครัวสำหรับผม เป็นวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ที่เราพูดถึงกันตลอดเวลา แล้วมันก็กลายเป็นจิตวิญญาณ มันเป็นมากกว่าประสบการณ์ที่แบ่งปันกัน และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการใช้เวลาไปกับมัน “

แม้จะผ่านประสบการณ์ที่เกือบคร่าชีวิต หรือถึงกับทำให้สามารถพิการไปตลอดชีวิต แต่เรนเนอร์ก็ว่าเขามองเห็น ‘ของขวัญ’หลายอย่างที่ได้รับจากอุบัติเหตุนี้
“มีของขวัญมากมายที่ผมได้รับจากมัน เมื่อคุณผ่านบททดสอบทั้งทางร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณในทุกๆทาง และคุณผ่านมันไปได้ มันเป็นอะไรที่ยากอธิบาย “
จากสภาพร่างกายที่กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง เรนเนอร์ดูสุขภาพดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น “ความพากเพียรพยายาม ความเข้มแข็ง ทั้งหมดมันเป็นเกมของจิตใจล้วนๆ ผมเก็บมันใส่ไว้ในกระเป๋าหลังแล้วตอนนี้ ผมรู้วิธีที่จะจัดการกับความเจ็บปวด มันเป็นเรื่องของจิตใจทั้งนั้น ทั้งหมดมันอยู่ที่ใจ ถ้าคุณสามารถผ่านมันมาได้ ผมรู้สึกดีใจมาก “

