บุญโฮ่ง! โรงฆ่าสุนัขเวียดนามปิดตัว เจ้าของผันทำธุรกิจอื่น มอบน้องหมา 40 ชีวิต ให้สถานสงเคราะห์
สื่อท้องถิ่นของเวียดนามรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า สุนัขมากกว่า 40 ตัว รวมถึงลูกสุนัข อายุ 10 วันจำนวนหนึ่ง ถูกปล่อยออกจากโรงฆ่าสัตว์ในเวียดนาม หลังจากเจ้าของเลิกกิจการค้าเนื้อสุนัข ที่เป็นที่นิยมบริโภคในประเทศเวียดนาม ซึ่งในแต่ละปี มีสุนัขที่ถูกฆ่าเพื่อการบริโภคในประเทศนี้มากถึงราว 5 ล้านตัว
เกียว เวียต ฮุง ผู้ค้าเนื้อสุนัขมานาน 7 ปี ได้มอบสุนัข 44 ตัว ที่เขามีอยู่ในครอบครองให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์ ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลและหาบ้านใหม่ให้กับพวกมันต่อไป
นายเกียวที่มีฟาร์มเลี้ยงสุนัขอยู่ในเมืองไถเหงียน ทางตอนเหนือของกรุงฮานอย บอกว่า กว่า 7 ปีที่ทำการค้านี้ เขาฆ่าสุนัขไปมากกว่า 20,000 ตัว โดยสุนัขที่เขาได้มาส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชาวบ้านที่เลี้ยงลูกสุนัขเพื่อหารายได้เสริม แล้วนำมาขายให้กับเขา ชาวบ้านเหล่านั้นจะส่งลูกสุนัขราว 50 ตัวมาให้เขาทุกๆ 1 หรือ 2 เดือน ที่เขาจะขังไว้ในกรงและขุนให้อ้วน อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนแล้วจึงเชือดเพื่อชำแหละเอาเนื้อ
จากการเปิดเผยของ ฮิวแมน โซไซตี อินเตอร์เนชันแนล (เอชเอสไอ) องค์กรการกุศลที่ทำงานเพื่อมุ่งยุติการค้าเนื้อสุนัขในประเทศเวียดนาม เปิดเผยข้อมูลข้างต้น และว่า ตอนนี้นายเกียวได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจขายเศษโลหะและขายปุ๋ยแทน นอกจากนี้ยังระบุว่า สุนัขที่ถูกฆ่าในเวียดนามส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกขโมยไป หรือเป็นสุนัขจรจัดที่เก็บมาจากข้างถนนโดยการวางยา การใช้ปืนชอร์ตไฟฟ้า หรือนำเข้ามาจากประเทศใกล้เคียงอย่างกัมพูชา ก่อนจะนำไปขาย
เวียดนามเป็นประเทศที่ฆ่าสุนัขเพื่อการบริโภคในแต่ละปีมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน ส่วนหนึ่งเชื่อว่าการบริโภคเนื้อสุนัขสามารถขับไล่ความโชคร้ายได้ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นอาหารอันโอชะ แต่ในระยะหลัง ทัศนคติของชาวเวียดนามต่อการบริโภคเนื้อสุนัขค่อยๆ เปลี่ยนไป เนื่องจากมีการเลี้ยงสุนัขเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

