บีบีซีรายงานว่า ตำรวจเอลซัลวาดอร์เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 มกราคมตามเวลาท้องถิ่นว่า ไม่มีรายงานการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้นเลยแม้แต่กรณีเดียวเป็นเวลานานถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากในประเทศที่เต็มไปด้วยการปะทะกันของแก๊งอาชญากรรม
ข่าวระบุว่า เอลซัลวาดอร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการฆาตกรรมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตามข้อมูลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีจำนวนผู้ถูกฆาตกรรมโดยเฉลี่ยวันละ 10 คนในปีนี้ ก่อนหน้าที่จะถึงวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลา 24 ชั่วโมงอันแสนสงบสุขอย่างไม่คาดคิด
เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในเอลซัลวาดอร์ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของแก๊งอาชญากรรมที่แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วภูมิภาคอเมริกากลาง
ทั้งนี้ ตำรวจไม่มีคำอธิบายถึงช่วงเวลาที่ปลอดความรุนแรงแต่อย่างใด ทว่าเจ้าหน้าที่ทางการออกมาปฏิเสธทันควันว่า ไม่ได้มีการบรรลุข้อตกลงสงบศึกกับเหล่าแก๊งอาชญากรรมซึ่งเป็นประเด็นที่มีข้อขัดแย้งเป็นอย่างสูงในหมู่สาธารณชนแต่อย่างใด
ข่าวระบุว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นแก๊งอาชญากรรมต่างๆ ก่อตั้งขึ้นในช่วงยุคทศวรรษที่ 1980 ตามท้องถนนในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยลูกๆ ของผู้อพยพชาวเอลซัลวาดอร์ที่ลี้ภัยหนีสงครามกลางเมืองในประเทศไปอยู่ในสหรัฐ
เมื่อสงครามยุติลงในปี 2535 (ค.ศ.1992) หลายๆ คนกลับมายังเอลซัลวาดอร์ และนำวัฒนธรรมแก๊งอันธพาลมาจากลอสแองเจลิสด้วย
แก๊งอาชญากรรมหลักที่ทรงอิทธิพลของเอลซัลวาดอร์คือ แก๊งมารา ซัลวาตรูชา หรือเอ็มเอส 13 และมารา-18 หรือที่รู้จักกันในชื่อแก๊งถนนสาย 18 ซึ่งแก๊งอาชญากรรมเหล่านี้มีส่วนร่วมในการก่อเหตุลักลอบค้ายาเสพติด ปล้นจี้ และขู่กรรโชก

