หน้าแรก ต่างประเทศ อยู่กันยังไง!...

อยู่กันยังไง! นักวิทย์ยุโรปชี้ ปี 2023 จ่อครองสถิติ ร้อนสุดรอบ 125,000 ปี

8.11.23 | 12:06 น.
FILE PHOTO REUTERS

อยู่กันยังไง! นักวิทย์ยุโรปชี้ ปี 2023 จ่อครองสถิติ ร้อนสุดรอบ 125,000 ปี

สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า สำนักบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป (ซี3เอส) ระบุเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนว่า แทบจะแน่นอนแล้วว่าปี 2023 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 125,000 ปี หลังข้อมูลเผยว่าเดือนตุลาคมที่ผ่านมาคือเดือนตุลาคมที่ร้อนที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกสถิติมา

ซาแมนธา เบอร์เกส รองผู้อำนวยการซี3เอส ระบุว่าอุณหภูมิของเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้แซงหน้าสถิติเดือนตุลาคมที่ร้อนที่สุดเดิมในปี 2019 ถึง 0.4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากและสุดขั้วมาก ความร้อนในเดือนตุลาคมของปีนี้เป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ ผนวกกับการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิของพื้นผิวน้ำในบริเวณตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้น

ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้ในตอนนี้ปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญส่วนใหญ่จะเป็นปีที่ทำลายสถิติอุณหภูมิ ตามคำกล่าวของนายไมเคิล มานน์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ยิ่งไปกว่านั้น อุณหภูมิอากาศโดยเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนตุลาคมของปีนี้สูงกว่าในช่วงเดือนตุลาคมของปี 1850-1900 ซึ่งเป็นช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.7 องศาเซลเซียส และหลังอุณหภูมิโลกทำลายสถิติร้อนที่สุดติดต่อกันนาน 4 เดือน ทำให้ปี 2023 แทบจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะเป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกมา ทำลายสถิติเดิมคือปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่มีปรากฏการณ์เอลนีโญเช่นกัน ขณะที่อุณหภูมิของโลกในตอนนี้สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.43 องศาเซลเซียส

Advertisement

เบอร์เกสให้ข้อมูลอีกว่า “เมื่อเรานำข้อมูลของเราซึ่งมีการบันทึกตั้งแต่ปี 1940 มารวมกับข้อมูลของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) จึงสามารถบอกได้ว่าปี 2023 คือปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 125,000 ปี” นอกจากนั้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังส่งผลให้ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น โดยในปีนี้เกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตหลายพันคนในประเทศลิเบีย คลื่นความร้อนที่รุนแรงในทวีปอเมริกาใต้และฤดูไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคนาดา

เพียรส์ ฟอสเตอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษกล่าวว่า “เราต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์น้ำท่วม ไฟป่า พายุ และคลื่นความร้อนที่รุนแรงในปีนี้กลายเป็นความปกติใหม่ เราสามารถลดอัตราการอุ่นขึ้นของอุณหภูมิลงครึ่งหนึ่งจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษหน้า” อย่างไรก็ดี ประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังคงล้มเหลวที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงแม้จะมีการกำหนดเป้าหมายในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น โดยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกได้ทำสถิติสูงที่สุดในปี 2022